ฉบับเช้าเสาร์ · ดัชนีนิ่งแต่ข้างในพัง — S&P +0.05% แต่ Nasdaq −0.64% · ชิปถูกถล่ม INTC −7.9% แม้งบ beat ของจริง · MU −7.0% · SOXL −13.1% · เงินหมุนเข้า defensive VZ +5.8% T +5.1% AAPL +3.5% · น้ำมันร่วง 3–4% จากข่าวเจรจา US–Iran · ภาษีใหม่ 10–12.5% กับ 60 ประเทศ มีผลศุกร์

วิเคราะห์ราคาภาษาชาวบ้าน
— 25 ก.ค. 2569

ปิดตลาดศุกร์ ดัชนีดูเหมือน "สงบ" — S&P 500 ปิด 7,411.98 (+0.05%) แต่ Nasdaq −0.64% (24,975.82) เพราะข้างในหมุนแรง: กลุ่มชิปถูกถล่มทั้งกระดาน — Intel (INTC) −7.89% แม้งบ Q2 beat ของจริง (EPS $0.42 เทียบคาด $0.21 · รายได้ $16.13B เทียบคาด $14.44B) · Micron (MU) −6.99% · SOXL −13.14% (SOXS +12.98%) · Technology เป็นเซกเตอร์แย่สุด −1.46% ขณะที่เงินไหลเข้ากลุ่มปลอดภัย: Real Estate +2.25% · Basic Materials +1.28% · Consumer Defensive +1.02% และรายตัว VZ +5.84% · T +5.10% · AAPL +3.53% · ฝั่งภูมิรัฐศาสตร์ น้ำมันคลายลงแรง (WTI settle $89.31 −3% · Brent $96.78 −4%) หลัง Brent แตะเหนือ $100 ระหว่างสัปดาห์ แล้วย่อจากข่าวเจรจา US–Iran ที่ปากีสถานเป็นคนกลาง จีนหนุน · ภาษีใหม่ 10–12.5% กับคู่ค้า 60 ประเทศ มีผลศุกร์ 24 ก.ค. · ทองฟื้นเล็ก $4,070.80 (+0.51%) · Bitcoin $64,113 (−1.44%) ETF ไหลออก 6 วันติด · สรุปสัปดาห์: S&P −0.6% · Nasdaq −2.1% (ลบ 2 สัปดาห์ติด) — ตัวขับสัปดาห์หน้า FOMC 28–29 ก.ค. และ GDP + Core PCE 30 ก.ค.

อัปเดต: 25 ก.ค. 2569 (เช้า) · ผู้จัดทำ: เดชากร [กลต.043827]
เสาร์เช้าไทย — ตลาดสหรัฐปิดสุดสัปดาห์ ราคาทั้งหมดคือราคาปิดวันศุกร์ 24 ก.ค. (ไม่ใช่ราคาสด) · Bitcoin เท่านั้นที่ซื้อขาย 24/7 · ฉบับนี้ทบทวนภาพสัปดาห์ + เตรียมตัวสัปดาห์ FOMC

ภาพใหญ่วันนี้ 1 บรรทัด

"ดัชนีนิ่งแต่ข้างในพัง — S&P +0.05% ปิดบังการหมุนเงินครั้งใหญ่: ชิปถูกถล่ม (INTC −7.9% แม้ beat ของจริง · MU −7.0% · SOXL −13.1%) เงินย้ายเข้า defensive/ปันผล (VZ +5.8% · T +5.1% · AAPL +3.5% · Real Estate +2.25%) · น้ำมันคลายจากข่าวเจรจา US–Iran แต่ภาษีใหม่ 60 ประเทศเพิ่งมีผล = เงินเฟ้อฝั่งต้นทุนยังไม่จบ — รอ FOMC 28–29 ก.ค. และ Core PCE 30 ก.ค."

สรุปราคาย้อนหลัง 3 วัน

ย้อนหลัง 3 วัน
อ่านตารางอย่างไร? สามช่องคือราคาปิดตลาดสหรัฐ 3 วันทำการล่าสุด (พ.–ศ.) — เสาร์นี้ตลาดปิด จึงเป็นราคาปิดสัปดาห์ที่นิ่งแล้ว ใช้ทบทวนได้เต็มที่ · Bitcoin ซื้อขาย 24 ชม. (ตัวเลขในตารางคือราคาปิดวันตามช่วงเวลาตลาดสหรัฐ) · ทุกช่องเป็นตัวเลขปิดจริง ไม่ใช่ราคาสด
สินทรัพย์ปิด พ. 22 ก.ค.ปิด พฤ. 23 ก.ค.ปิด ศ. 24 ก.ค.อ่านเป็นภาษาชาวบ้าน
ทองคำ (USD/oz)4,151.94,050.24,070.8 ▲ร่วงแรงวันพฤหัสแล้วฟื้นเล็ก +0.51% วันศุกร์ — เด้งกลับแต่ยังไม่กลับไปยืนเหนือ $4,150 ที่หลุดมา · ยังอยู่ใต้เส้นเฉลี่ยระยะกลาง
S&P 5007,498.967,408.307,411.98 ▲ศุกร์ +0.05% = แทบไม่ขยับ — แต่ "นิ่ง" นี้เกิดจากหุ้นปลอดภัยขึ้นชดเชยหุ้นชิปที่ร่วง ไม่ใช่ตลาดสงบจริง · ทั้งสัปดาห์ −0.6%
Nasdaq25,690.9025,137.6924,975.82 ▼ลงต่อเป็นวันที่สาม −0.64% · หลุดเส้นกลม 25,000 · ชิปเป็นตัวฉุด (INTC −7.9% · MU −7.0%) · ทั้งสัปดาห์ −2.1% ลบ 2 สัปดาห์ติด
ยีลด์ 10 ปี (%)4.674.714.69 ▼ย่อลงเล็กน้อยจากจุดสูงรอบ 1.5 ปี (น้ำมันคลาย) แต่ทั้งสัปดาห์ยังขึ้น +9bp · 2 ปีขึ้นแรงกว่า +12bp = ตลาดคิดถึง "Fed ขึ้น" มากกว่า "Fed ลด"
Bitcoin (USD)66,086.6165,051.2364,113.32 ▼ลงต่อเนื่องเป็นวันที่สาม −1.44% · หลุด $65K มาที่ $64,113 — ตรงกับ ETF ไหลออก 6 วันทำการติด รวม >$1.5B

ภาพรวม 3 วัน: วันพุธตลาดยังทรง · วันพฤหัส แดงทั้งกระดาน (ยีลด์ทะลุ 4.71% กดทุกอย่าง) · วันศุกร์ ดัชนีนิ่งแต่โครงสร้างข้างในเปลี่ยน — ไม่ใช่ทุกอย่างร่วงพร้อมกันเหมือนวันพฤหัส แต่เป็นการหมุนเงินออกจากชิป/เทคเข้าหาปันผล-ปลอดภัย · สิ่งที่เปลี่ยนวันศุกร์: น้ำมันคลายจากข่าวเจรจา US–Iran ทำให้ยีลด์ย่อ แต่ ภาษีใหม่ 60 ประเทศเพิ่งมีผลวันเดียวกัน และงบ INTC ที่ beat แล้วยังถูกขาย −7.9% คือสัญญาณว่าตลาดเลิกให้รางวัลกับตัวเลข beat เพียว ๆ · ตัวแปรสัปดาห์หน้า = Consumer Confidence (อ. 28) · FOMC 28–29 ก.ค. · GDP ไตรมาส 2 + Core PCE (พฤ. 30 ก.ค.)

GOLD · ทองคำ

ทองฟื้นเล็ก +0.51% ($4,070.80) — เด้งแต่ยังติดใต้เส้นเฉลี่ย ขณะเศรษฐกิจสหรัฐออกมาแข็ง

GCUSD ปิด $4,070.80 (+0.51% จาก $4,050.20) · Kitco รายงาน spot ยังต่ำกว่าเส้นเฉลี่ย 50 วัน (~$4,067) และ 100 วัน (~$4,063) ในโซนแคบ ๆ = ราคานี้คือ "จุดตัดสินใจ" ทางเทคนิค · ตัวกดฝั่งพื้นฐาน: PMI รวม (Composite) 53.6 สูงสุด 8 เดือน + ผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน 187,000 ต่ำสุดตั้งแต่ปี 1969 = เศรษฐกิจแข็ง ลดความจำเป็นในการถือสินทรัพย์หลบภัย · ตัวหนุน: น้ำมัน/ภาษี = เงินเฟ้อฝั่งต้นทุนที่ยังอยู่

  • ปมวันนี้: ทองเด้งได้แต่ไม่ผ่านเส้นเฉลี่ย — เป็นภาพ "พักตัวในแนวโน้มที่ยังไม่ชัด" มากกว่ากลับตัว · สัปดาห์นี้ทองสวิงกว้าง $4,015 → $4,152 → $4,050 → $4,071
  • เส้นที่ตลาดจับตา (ไม่ใช่คำแนะนำ): เส้นเฉลี่ย 50/100 วันบริเวณ $4,063–4,067 (ราคาวนอยู่แถวนี้) · เส้นแนวโน้มด้านบน ~$4,150 ที่หลุดมาเมื่อพฤหัส · โซนกลม $4,000 ด้านล่าง
  • มุมมองบุคคลที่สาม (ไม่ใช่คำแนะนำของเรา): CPM Group ออกบทวิเคราะห์ฝั่งซื้อที่ราคาอ้างอิง $4,068.60 โดยระบุเป้า $4,220 และจุดตัดขาดทุน $3,980เป็นมุมของต้นทาง บันทึกไว้เพื่อให้เห็นว่าฝั่งสถาบันมองกรอบราคาแคบแค่ไหน ไม่ใช่คำแนะนำให้ทำตาม
กรอบคิด: อ้างอิง Howard Marks (The Most Important Thing, บท "Understanding Risk"): ความเสี่ยงไม่ใช่ "ความผันผวน" แต่คือโอกาสที่จะเสียเงินอย่างถาวร — ทองที่วนอยู่รอบเส้นเฉลี่ยหลังสวิงกว้างทั้งสัปดาห์เป็นตัวอย่างว่าราคาที่นิ่งไม่ได้แปลว่าความเสี่ยงลดลง · เมื่อเศรษฐกิจแข็ง (PMI 8 เดือนสูงสุด · ว่างงานต่ำสุดตั้งแต่ 1969) แต่เงินเฟ้อฝั่งต้นทุน (น้ำมัน+ภาษี) ยังไม่จบ = สองแรงดึงทองสวนทางกัน · หน้าที่ผู้อ่านคือถามว่า "ถือทองไว้เพื่ออะไร" (ประกัน หรือเก็งราคา) เพราะคำตอบต่างกัน = วิธีคุมความเสี่ยงต่างกัน
FED & ดอกเบี้ย · ยีลด์

10 ปีย่อมา 4.69% แต่สัปดาห์นี้ยัง +9bp — สองตลาดพนันไม่ตรงกัน (FedWatch 36% vs Kalshi 22%) ก่อน FOMC 28–29 ก.ค.

เส้นโค้ง (ปิดศุกร์ 24 ก.ค.): 2Y 4.33 · 5Y 4.43 · 10Y 4.69% (ย่อจาก 4.71) · 30Y 5.16%ทั้งสัปดาห์ 10Y +9bp · 2Y +12bp (ปลายสั้นขึ้นเร็วกว่า = ตลาดคิดถึงการ "ขึ้นดอกเบี้ย" มากกว่าลด) · โอกาสขึ้นดอกเบี้ย: CME FedWatch ~36% · ตลาดพนัน Kalshi ~22% — สองแหล่งต่างกันถึง 14 จุด = ตลาดเองก็ยังไม่ลงตัว

  • สิ่งที่ WSJ (Spencer Jakab, 24 ก.ค.) เน้น: 9 จาก 18 ผู้เข้าร่วมประชุม Fed ส่งสัญญาณความเสี่ยงว่าอาจต้องขึ้น · ประธาน Warsh ระบุ "ไม่มีความอดทน" (no tolerance) ต่อเงินเฟ้อสูง · เงินเฟ้อสูงกว่าเป้ามาแล้วกว่า 5 ปี · Fed เลิกให้ forward guidance (เลิกบอกใบ้ทางล่วงหน้า) = ตลาดต้องเดาเอง
  • ข้อจำกัดที่ตรงไปตรงมา: WSJ ชี้ว่าเครื่องมือธนาคารกลางอ่อนแรงกับเงินเฟ้อฝั่งอุปทาน — สำนวนในบทความคือ Fed "ไม่สามารถเปิดช่องแคบฮอร์มุซ หรือเสกน้ำมันขึ้นมาได้" · แปลว่าถ้าเงินเฟ้อรอบนี้มาจากน้ำมัน+ภาษี การขึ้นดอกเบี้ยจะแลกด้วยการชะลอเศรษฐกิจ ไม่ใช่แก้ต้นเหตุ
  • เส้นที่ตลาดจับตา: 10Y เส้น 4.7% (เพิ่งย่อลงมาใต้เส้นนี้) · 30Y เส้น 5.2% · ส่วนต่าง 2Y–10Y แคบลงเมื่อปลายสั้นขึ้นเร็วกว่า

พันธบัตร 2 ปี

4.33%

พันธบัตร 10 ปี

4.69%

พันธบัตร 30 ปี

5.16%

กรอบคิด: อ้างอิง Howard Marks (Mastering the Market Cycle — บท "วัฏจักรดอกเบี้ยและทัศนคติต่อความเสี่ยง"): เมื่อธนาคารกลางเลิกให้ forward guidance ความไม่แน่นอนถูกโยนกลับมาที่ตลาด — ราคาสินทรัพย์จึงแกว่งจาก "การเดาใจ" มากกว่าปัจจัยพื้นฐาน · การที่ FedWatch (36%) กับ Kalshi (22%) ไม่ตรงกันคือหลักฐานตรง ๆ ว่าไม่มีใครรู้จริง · เสริม Peter Lynch (One Up On Wall Street): "ถ้าคุณใช้เวลา 13 นาทีต่อปีทำนายเศรษฐกิจ คุณเสียไป 10 นาที" — ประโยชน์ของข้อมูลนี้ไม่ใช่เพื่อเดาผล FOMC แต่เพื่อรู้ว่าธุรกิจที่เราถือทนดอกเบี้ยระดับนี้ได้แค่ไหน
ECONOMY · เศรษฐกิจ

เศรษฐกิจแข็งจนน่าอึดอัด — ว่างงานขอรับสวัสดิการต่ำสุดตั้งแต่ปี 1969 · PMI 8 เดือนสูงสุด · แต่เงินเฟ้อยัง 3.5%

ชุดข้อมูลล่าสุดที่รายงานแล้ว: ผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน 187,000 ราย = ต่ำสุดตั้งแต่ปี 1969 · PMI เบื้องต้น: ภาคผลิต 53.8 · รวม (Composite) 53.6 สูงสุด 8 เดือน (เกิน 50 = ขยายตัว) · เงินเฟ้อ CPI มิ.ย.: หัวข้อรวม 3.5% เทียบปีก่อน · พื้นฐาน (core) 2.6% · การจ้างงาน มิ.ย. +57,000 ตำแหน่ง · อัตราว่างงาน 4.2%

  • ปมที่ต้องเข้าใจ: ตัวเลขแรงงาน "แข็งเกินคาด" ในภาวะที่เงินเฟ้อยังสูงกว่าเป้า = ทำให้ Fed ไม่มีเหตุผลต้องลดดอกเบี้ยเพื่อช่วยเศรษฐกิจ · นี่คือเหตุที่ "ข่าวดีเรื่องเศรษฐกิจ" กลายเป็น "ข่าวร้ายของหุ้นเติบโต" ในสัปดาห์นี้
  • ระวังความขัดแย้งในตัวเลข: จ้างงานเพิ่มเพียง +57,000 (ไม่มาก) แต่คนขอรับสวัสดิการต่ำสุดใน 57 ปี = ตลาดแรงงานตึงจากฝั่งอุปทานคน ไม่ใช่จากการจ้างงานที่ร้อนแรง — สองอย่างนี้ให้ภาพนโยบายต่างกัน
  • ตัวเลขที่จะชี้ทางจริง: GDP ไตรมาส 2 + Core PCE วันพฤหัส 30 ก.ค. — Core PCE คือมาตรวัดเงินเฟ้อที่ Fed ใช้ตัดสินใจจริง (ไม่ใช่ CPI)
กรอบคิด: อ้างอิง Peter Lynch (One Up On Wall Street, บท "อย่าเสียเวลาทำนายเศรษฐกิจ"): ตัวเลขมหภาคมีค่าในฐานะอุณหภูมิห้อง ไม่ใช่พยากรณ์อากาศ — Lynch ย้ำว่าไม่มีใครทำนายเศรษฐกิจได้ถูกสม่ำเสมอ แต่ทุกคนตรวจได้ว่าบริษัทที่ตัวเองถืออยู่รอดในอุณหภูมินี้ไหม · แปลว่าประโยชน์ของ "ว่างงานต่ำสุดตั้งแต่ 1969" ไม่ใช่เพื่อเดา Fed แต่เพื่อถามว่าต้นทุนค่าแรงที่สูงขึ้นกินมาร์จินธุรกิจไหนบ้าง — คำถามที่ตอบได้จากงบการเงินจริง ไม่ต้องเดา
GEOPOLITICS · ภูมิรัฐศาสตร์ + การค้า

น้ำมันคลาย −3/−4% จากข่าวเจรจา US–Iran (ปากีสถานคนกลาง จีนหนุน) — แต่ภาษีใหม่ 10–12.5% กับ 60 ประเทศ เพิ่งมีผลศุกร์

ฝั่งสงคราม: Houthi โจมตี เรือบรรทุกน้ำมันซาอุฯ 2 ลำ · Brent เคยทะลุเหนือ $100 ระหว่างสัปดาห์ แล้วร่วง 4% ปิดที่ $96.78 · WTI settle $89.31 (−3%) — ตัวคลายคือข่าวการเจรจา US–Iran ที่ปากีสถานเป็นคนกลาง และจีนให้การสนับสนุน · ช่องแคบฮอร์มุซ = ทางผ่านน้ำมันโลกราว 20% จึงเป็นสวิตช์ตัวจริง · น้ำมันยังขึ้น ~30% ในเดือนนี้
ฝั่งการค้า (ใหม่ วันนี้): ภาษีนำเข้าสหรัฐชุดใหม่ 10%–12.5% กับคู่ค้า 60 ประเทศ มีผลวันศุกร์ 24 ก.ค.

  • สองแรงสวนทางในวันเดียว: น้ำมันลง = ลดเงินเฟ้อ · ภาษีขึ้น = เพิ่มเงินเฟ้อ — สุทธิแล้วเงินเฟ้อฝั่งต้นทุนยังไม่จบ เพียงเปลี่ยนหน้าตาจาก "พลังงาน" เป็น "ราคาสินค้านำเข้า"
  • เทคโนโลยี/การควบคุมการส่งออก: มีรายงานว่า Moonshot AI (จีน) เข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ Nvidia GB300 รวมถึงที่ตั้งในประเทศไทย · และร่างกฎหมาย RASA ที่เกี่ยวกับการควบคุมชิป — เป็นประเด็นที่กระทบกลุ่มชิปโดยตรง และช่วยอธิบายว่าทำไมกลุ่มชิปถูกขายหนักในวันที่งบ INTC ออกมาดี
  • เส้นที่ตลาดจับตา: Brent เส้นกลม $100 (เพิ่งขึ้นไปแตะแล้วย่อ) · WTI $89–90 · ข่าวเจรจาเป็น "ข่าว" ยังไม่ใช่ข้อตกลง = กลับทิศเร็วได้
กรอบคิด: อ้างอิง Daniel Kahneman (Thinking, Fast and Slow, บท "Availability" — ความง่ายในการนึกถึง): ข่าวสงครามและเรือถูกโจมตีนึกภาพออกง่าย จึงถูกให้น้ำหนักเกินจริง ขณะที่ ภาษีนำเข้า 10–12.5% กับ 60 ประเทศ ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนสินค้าอย่างกว้างและยาวนานกว่า กลับถูกพูดถึงน้อยกว่าเพราะ "นึกภาพยาก" · นี่คือกับดักที่ทำให้พอร์ตตอบสนองต่อข่าวที่ดัง แต่มองข้ามข่าวที่สำคัญ · เสริม Howard Marks: ในเรื่องที่ผลลัพธ์ทำนายไม่ได้ (สงคราม/การเจรจา) หน้าที่ไม่ใช่เดาถูก แต่คือเตรียมพอร์ตให้ทนได้ทั้งสองทาง
FOREX · ค่าเงิน

ดอลลาร์แข็งต่อ (DXY 101.45) · เยน 163.82 ใกล้อ่อนสุดรอบ 40 ปี — คลังสหรัฐออกมาเตือนเอง และเรียกร้องให้ BOJ ขึ้นดอกเบี้ย

ปิดศุกร์: DXY 101.45 (ดัชนีดอลลาร์ · แข็งค่าต่อ) · USD/JPY 163.82เยนอยู่ใกล้ระดับอ่อนที่สุดในรอบราว 40 ปี · EUR/USD 1.1376 · GBP/USD 1.3313 · ประเด็นใหม่: กระทรวงการคลังสหรัฐออกคำเตือนเรื่องความผันผวนของเงินเยน และเรียกร้องให้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ขึ้นดอกเบี้ย

  • ทำไมสำคัญ: เมื่อประเทศเจ้าของสกุลแข็ง ออกมาขอให้ประเทศเจ้าของสกุลอ่อน "ขึ้นดอกเบี้ย" = สัญญาณว่าค่าเงินอ่อนถึงระดับที่เริ่มมีต้นทุนทางการเมือง/การค้า ไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิค
  • สายส่งถึงพอร์ตคนไทย: ดอลลาร์แข็ง = พอร์ตหุ้นสหรัฐเมื่อแปลงกลับเป็นบาทได้แรงหนุนจากค่าเงิน แม้ราคาหุ้นนิ่ง — แต่ก็เป็นดาบสองคมเมื่อทิศกลับ · ส่วนเยนอ่อน 163+ คือย่านที่เคยเห็นการแทรกแซงของทางการญี่ปุ่นในอดีต
  • เส้นที่ตลาดจับตา: USD/JPY 163–165 = ย่านเฝ้าระวังการแทรกแซง · DXY เส้นกลม 101–102 · ระวัง carry trade (กู้เยนถูกไปลงทุนที่อื่น) กลับทิศเร็วถ้า BOJ ขึ้นดอกเบี้ยจริง
กรอบคิด: อ้างอิง Benjamin Graham (The Intelligent Investor, บท 8 "Mr. Market"): ค่าเงินคือราคาที่ตลาดเสนอ ไม่ใช่คำพยากรณ์ — เยนที่อ่อนสุดรอบ 40 ปีบอกเราว่า "ตลาดตั้งราคาส่วนต่างดอกเบี้ยไว้แบบนี้" ไม่ได้บอกว่าจะอ่อนต่อ · สิ่งที่ Graham สอนคือใช้ราคาเป็นข้อมูลเข้า ไม่ใช่คำสั่ง · สำหรับนักลงทุนไทยที่ถือสินทรัพย์สกุลดอลลาร์ คำถามที่ควบคุมได้คือ "ผลตอบแทนของเรามาจากธุรกิจ หรือมาจากค่าเงิน" — เพราะสองอย่างนี้มีความยั่งยืนไม่เท่ากัน
S&P 500 · ภาพตลาด

S&P +0.05% แต่สัปดาห์ −0.6% · Nasdaq −2.1% ลบ 2 สัปดาห์ติด — "ดัชนีนิ่ง" ที่เกิดจากของขึ้นกับของลงหักกลบกัน

ปิดศุกร์: S&P 500 7,411.98 (+0.05%) · Nasdaq 24,975.82 (−0.64%)สรุปสัปดาห์: S&P −0.6% · Nasdaq −2.1% ซึ่งเป็นสัปดาห์ที่ลบเป็นสัปดาห์ที่สองติดกัน · ภาพเซกเตอร์วันศุกร์ชัดเจนมาก: บวก Real Estate +2.25 · Basic Materials +1.28 · Consumer Defensive +1.02 · ลบ Healthcare −0.17 · Communication Services −0.34 · Energy −0.37 · Financials −0.58 · Industrials −0.78 · Utilities −0.89 · Consumer Cyclical −1.01 · Technology −1.46 (แย่สุด)

  • อ่านให้เป็น: ดัชนีที่ "แทบไม่ขยับ" ในวันที่เซกเตอร์บวกสุดกับลบสุดต่างกัน ~3.7 จุดเปอร์เซ็นต์ = ไม่ใช่ความสงบ แต่คือการย้ายเงินระหว่างกลุ่ม (rotation) · ดัชนีเป็นค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก จึงกลบเรื่องที่เกิดข้างในได้
  • ETF ที่สะท้อนแรงกดชัด: QQQ −1.12% · TQQQ (3x Nasdaq) −3.47% · SOXL (3x ชิป) −13.14% ขณะที่ SOXS (ชิปฝั่งขาลง 3x) +12.98% และ MUU −14.31% — เครื่องมือ 3x ขยายทั้งกำไรและขาดทุน จึงเป็นที่ที่ความเสียหายรายวันโผล่ชัดที่สุด
  • เส้นที่ตลาดจับตา: S&P โซนกลม 7,400 (ปิดเหนือมาสองวัน) · Nasdaq หลุดเส้นกลม 25,000 มาปิด 24,975 = จุดอ้างอิงที่ตลาดพูดถึงในสัปดาห์หน้า
กรอบคิด: อ้างอิง Benjamin Graham (The Intelligent Investor, บท 1 "การลงทุน vs การเก็งกำไร"): ตัวเลขดัชนีบอกอารมณ์ตลาด ไม่ใช่มูลค่าธุรกิจ — วันที่ S&P +0.05% แต่ชิปร่วง 7% และปันผลขึ้น 5% ในวันเดียวกัน คือหลักฐานว่า "ตลาด" ที่เราพูดถึงจริง ๆ ประกอบด้วยธุรกิจที่มีชะตาต่างกันสิ้นเชิง · เสริม Howard Marks: อารมณ์ตลาดแกว่งเป็นลูกตุ้ม — การหมุนเข้ากลุ่มปลอดภัยในสัปดาห์ที่สองที่ตลาดลบ คือลูกตุ้มที่กำลังเคลื่อนจากความโลภไปทางความกลัว แต่ยังไม่ถึงปลายทาง (สังเกตว่าดัชนีลบเพียง −0.6%)
หุ้น · ธีม · งบไตรมาส

Intel งบ beat "ของจริง" แต่หุ้นร่วง −7.89% — บทเรียนว่าทำไม "ตัวเลขชนะคาด" ไม่พอ · ขณะเงินย้ายไป VZ/T/AAPL และ AMKR +11% จากดีล Nvidia $1.5B

ข้อเท็จจริง / ตัวเลขที่รายงานแล้ว

  • งบที่รายงานจริง (ตัวเลขทางการ ไม่ใช่กระแส):
    INTC — EPS $0.42 (คาด $0.21) · รายได้ $16.128B (คาด $14.435B) = beat ทั้งคู่
    LMT — EPS $7.94 (คาด $7.22) · รายได้ $20.063B (คาด $19.339B)
    HCA — EPS $7.59 (คาด $7.56) · รายได้ $20.230B (คาด $19.757B)
    AAL — EPS $0.15 (คาด $0.03)
    NOK — EPS $0.08 (คาด $0.07) · รายได้ $5.475B (คาด $5.568B = รายได้พลาด)
    VZ — EPS $1.30 (คาด $1.27) · รายได้ $34.253B (คาด $35.162B = รายได้พลาด) แต่หุ้น +5.84%
  • ราคาปิดศุกร์ที่ขัดกับงบ: INTC $92.32 (−7.89%) ทั้งที่งบ beat แรง · MU $920.95 (−6.99%) · SMCI $30.10 (−3.53%) · ORCL $114.99 (−4.21%) · TSLA $313.03 (−2.08%) · NVDA $206.84 (−0.92%) · SMH −3% · AVGO −2.7% · AMD −3.3%
  • ฝั่งที่เงินไหลเข้า: VZ $46.38 (+5.84%) — แม้รายได้พลาด · T $24.13 (+5.10%) · AAPL $333.02 (+3.53%) · CLF +8.85% · AAL +6.79% · JBLU +5.61% · PATH +6.27%
  • ดีลจริงที่มีตัวเลข: AMKR +11% จากสัญญา advanced packaging กับ Nvidia มูลค่า $1.5B แบบหลายปี — เป็นข่าวเชิงคำสั่งซื้อ ไม่ใช่การคาดการณ์
  • ⚠️ หมายเหตุการตรวจสอบ (โปร่งใส): ชั้นกระแส X รายงานว่า INTC "คาด EPS $0.11" — ตัวเลขคาดที่ถูกต้องคือ $0.21 · เราจึงใช้เฉพาะตัวเลขจากปฏิทินงบทางการ ไม่ใช้ตัวเลขคาดจากโซเชียล

มุมระวัง / สิ่งที่ยังไม่รู้

  • "beat แล้วโดนขาย" เกิดซ้ำเป็นสัปดาห์ที่สอง: พฤหัสเป็น GOOGL/TSLA · ศุกร์เป็น INTC — เมื่อรูปแบบเดิมเกิดซ้ำหลายตัว มันคือข้อมูลเรื่อง "ราคาที่ตลาดตั้งไว้ล่วงหน้า" ไม่ใช่เรื่องคุณภาพงบเพียว ๆ · สิ่งที่หน้านี้ไม่รู้คือเหตุผลรายตัวที่แท้จริง (guidance? มาร์จิน? ผู้ถือหุ้นขายทำกำไร?) ต้องอ่านงบ/คำแถลงเต็มเอง
  • แรงกดเชิงนโยบายที่ทับกลุ่มชิป: ข่าว Moonshot AI (จีน) เข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ Nvidia GB300 รวมถึงในไทย + ร่างกฎหมาย RASA = ความเสี่ยงกฎเกณฑ์ควบคุมการส่งออกที่ประเมินเป็นตัวเลขไม่ได้ จึงถูกลดราคาความเสี่ยงลงในหุ้นทั้งกลุ่มพร้อมกัน
  • ระวังตีความ rotation ผิด: การที่ VZ/T ขึ้น 5% ไม่ได้แปลว่าธุรกิจดีขึ้นในวันเดียว — VZ รายได้พลาดคาดด้วยซ้ำ · แรงขึ้นมาจากความต้องการที่พึ่งพิงได้/ปันผล ในสัปดาห์ที่ตลาดกลัว = อารมณ์ ไม่ใช่ปัจจัยพื้นฐานใหม่
  • เครื่องมือ 3x คือที่ที่คนเจ็บ: SOXL −13.14% ในวันเดียว (ขณะกลุ่มชิปลบราว 3%) · MUU −14.31% · TQQQ −3.47% — การขาดทุนของ ETF ทดคูณไม่ฟื้นเท่าเดิมแม้ดัชนีกลับมาที่เดิม (ผลจากการทดคูณรายวัน)
  • ธีมที่ยังต้องรอข้อมูล: หน่วยความจำ/DRAM (MU · SKHY · ผู้ผลิตจีนที่ยังไม่จดทะเบียน) · บรรจุภัณฑ์ชิปขั้นสูง (AMKR · ALAB · ANET) · อวกาศ/ดาวเทียม (SPCX · RKLB · ASTS · LUNR · RDW · VOYG · PL · BKSY) · ไฟฟ้า/ดาต้าเซ็นเตอร์ (GEV · BE · BN · CEG · NBIS · IREN · CRWV) — บันทึกเป็นธีมเพื่อทำการบ้าน ไม่ใช่รายชื่อแนะนำ
กรอบคิด: อ้างอิง Philip Fisher (Common Stocks and Uncommon Profits, บท "เมื่อไรควรซื้อ"): Fisher เตือนว่าการซื้อโดยอิงกับ "ผลประกอบการไตรมาสที่ชนะคาด" เป็นเหตุผลที่อ่อนที่สุด เพราะตัวเลขไตรมาสสะท้อนอดีต ขณะที่ราคาสะท้อนความคาดหวังข้างหน้า — วันที่ INTC beat 2 เท่าแล้วร่วง 7.9% คือภาพประกอบที่ชัดเจน · เสริม Joel Greenblatt (The Little Book That Still Beats the Market): สิ่งที่ควรดูคือผลตอบแทนต่อเงินทุน (ROC) และผลตอบแทนต่อราคาที่จ่าย (earnings yield) ไม่ใช่ข่าว beat/miss · และ Peter Lynch: จัดประเภทหุ้นก่อน — ชิปคือวัฏจักร (ราคาวิ่งนำรอบธุรกิจ) ส่วนโทรคมนาคม/ปันผลคือช้าและมั่นคง — สองประเภทนี้ห้ามใช้เกณฑ์ตัดสินเดียวกัน
ชั้นกระแส X · ข่าวเก็งกำไร (4-ID)

กระแสบน X 24 ชม.: ธีมอวกาศ/ดาวเทียมมาแรง (SPCX ปิดรับจอง Falcon 9 >2028 → ช่องว่างให้ RKLB) · VZ ปฏิเสธ Starlink หนุน ASTS + JV กับ T/TMUS · CXMT ตั้งราคา DDR5 แพงกว่า Samsung · Cathie Wood ซื้อ TSLA ~$52M · 6 ชั้นของกอง AI stack

กรอบการอ่านการ์ดนี้: เนื้อหาด้านล่างคือ "กระแส/มุมมองบุคคลที่สาม" บน X — เรานำเสนอจากต้นทางครบทุกบัญชีโดยไม่กรอง เพื่อให้ผู้อ่านทำการบ้านต่อเอง ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อ/ขายหุ้นตัวใด · ตัวเลข/คาดการณ์/ระดับบนชาร์ตเป็นการมองของต้นทาง ยังไม่เกิดจริง · ตัวอย่างที่พิสูจน์ว่าต้องระวัง: ชั้น X วันนี้รายงานตัวเลข "คาด EPS ของ INTC $0.11" ซึ่งผิด (ค่าจริงที่คาดคือ $0.21) — เราจึงใช้ชั้นนี้ดู "ความสนใจของตลาด" เท่านั้น ไม่ใช้เป็นข้อเท็จจริงทางการเงิน

ปริมาณโพสต์ 24 ชม.: @StockSavvyShay (28 โพสต์ · ธีม AI/เทค 22 · งบ 10 · Fed 2 · คริปโต 2 · เงินเฟ้อ 1) · @TechCharts (5 · สายชาร์ต) · @InvestingVisual (1 · แผนผังธีม AI) · @Speculator_io (1 · เคล็ดช่วงตลาดย่อ) · รวม 35 โพสต์

@StockSavvyShay · 24–25 ก.ค. — 28 โพสต์ — โพสต์เด่นสายข่าว/ตัวเลข (ยกดิบครบ · ดูฟีดต้นทาง)

  1. $SPCX$RKLB (ธีมอวกาศ): SPCX ปฏิเสธรับจองเที่ยวบิน Falcon 9 เพิ่มสำหรับช่วงหลังปี 2028 เพราะคิวเต็ม → เกิด "ช่องว่างการปล่อยจรวด" ที่ผู้ให้บริการรายอื่นอย่าง RKLB อาจเข้าไปรับได้ (ต้นทาง)
  2. $VZ · $ASTS · $T · $TMUS: VZ ปฏิเสธการทำ MVNO กับ Starlink โดยระบุว่า "ไม่มีประตูหลัง" (no back door) และสนับสนุนแนวทาง carrier-first ของ ASTS · พร้อมทำกิจการร่วมค้า (JV) กับ T และ TMUS (ต้นทาง)
  3. $MU · $SKHY (ธีมหน่วยความจำ): ผู้ผลิต DRAM จีน (CXMT ยังไม่จดทะเบียน) ตั้งราคา DDR5 ขนาด 64GB สูงกว่า Samsung และมีดีลกับ ByteDance/Tencent มูลค่ารวม เกิน $10B — สัญญาณว่าตลาดหน่วยความจำตึงตัวจริง (ต้นทาง)
  4. $TSLA: Cathie Wood (ARK) เข้าซื้อ TSLA ประมาณ $52 ล้าน (ต้นทาง) · และรายงานว่าเข้าเป็นผู้ถือหุ้น $TE (ต้นทาง)
  5. $NVDA · $MSFT · $PLTR · $NOW: Jensen Huang พูดถึงโมเดล AI แบบ open-weight ร่วมกับความเห็นของ MSFT/PLTR/NOW (ต้นทาง)
  6. $META: เปิดแอป "Seller" · ระบุว่า Marketplace มีประกาศขายใหม่ราว 430 ล้านรายการต่อเดือน (ต้นทาง)
  7. มุมพฤติกรรม (ยกดิบ): "นักลงทุนระยะยาวควรยินดีกับช่วงที่ราคาย่อ (drawdowns)" — มุมมองต้นทาง ไม่ใช่คำแนะนำ (ต้นทาง)

$TICKER ที่พูดถึง (ครบจากฟีด): $AMZN $ASTS $BKSY $CIFR $CRWV $DOCN $FLY $GOOGL $INTC $LUNR $META $MSFT $MU $NBIS $NOW $NVDA $PL $PLTR $QCOM $RDW $RKLB $SKHY $SPCX $T $TE $TMUS $TSLA $TSM $UBER $VOYG $VZ

@InvestingVisual · 25 ก.ค. (1 โพสต์) — ดูฟีดต้นทาง

  1. แผนผัง "6 ชั้นของกอง AI" (ยกดิบ): ชั้นพลังงาน/ไฟฟ้า$GEV $BE $BN $CEG $TSLA · ชั้นชิป$NVDA $AMD $TSM $ASML $AVGO · ชั้นดาต้าเซ็นเตอร์/เครือข่าย$NBIS $IREN $CRWV $ANET $ALAB (ต้นทาง) — เป็นการจัดหมวดของต้นทาง ไม่ใช่รายชื่อแนะนำ

$TICKER: $ALAB $AMD $ANET $ASML $AVGO $BE $BN $CEG $CRWV $GEV $IREN $NBIS $NVDA $TSLA $TSM

@TechCharts · 24–25 ก.ค. (5 โพสต์) — สายชาร์ต — ดูฟีดต้นทาง

  1. $UBER: เพิ่ม UBER เข้า "watchlist ฝั่ง short setups" (รายการเฝ้าดูสำหรับการเล่นขาลง) (ต้นทาง) — มุมมองเชิงชาร์ตของต้นทาง
  2. $IXG (ETF กลุ่มการเงินโลก): ระบุว่าอยู่ในแนวโน้มขึ้นที่สม่ำเสมอ (steady uptrend) (ต้นทาง)
  3. บทเรียนเส้นเฉลี่ย 200 วัน: โพสต์อธิบายการใช้เส้นเฉลี่ย 200 วันเป็นกรอบแนวโน้มระยะยาว (ต้นทาง)

$TICKER: $IXG $UBER ($IXG = ETF ไม่ใช่หุ้นรายตัว)

@Speculator_io · 25 ก.ค. (1 โพสต์) — ต้นทาง

มุมเรื่องการซื้อตอนย่อ (ยกดิบ): "Corrections create opportunities. But blindly buying the dip is not a strategy… Don't try to catch a falling knife…" — แปลเป็นภาษาชาวบ้าน: ช่วงราคาย่อสร้างโอกาสจริง แต่ "ซื้อเพราะมันลง" ไม่ใช่กลยุทธ์ · เข้ากับสัปดาห์ที่ Nasdaq ลบ 2 สัปดาห์ติดพอดี (มุมมองต้นทาง ไม่ใช่คำแนะนำ)

กวาด ticker ที่ถูกพูดถึง 24 ชม. (ครบ ไม่กรอง — เรียงตามตัวอักษร · 42 รายการ): $ALAB $AMD $AMZN $ANET $ASML $ASTS $AVGO $BE $BKSY $BN $CEG $CIFR $CRWV $DOCN $FLY $GEV $GOOGL $INTC $IREN $IXG $LUNR $META $MSFT $MU $NBIS $NOW $NVDA $PL $PLTR $QCOM $RDW $RKLB $SKHY $SPCX $T $TE $TMUS $TSLA $TSM $UBER $VOYG $VZ · ($IXG = ETF กลุ่มการเงินโลก · CXMT ที่ถูกพูดถึงในธีม DRAM ยังไม่จดทะเบียนในตลาด จึงไม่มี ticker)
กรอบคิด: กระแสบน X บอกว่า "ตลาดกำลังสนใจอะไร" — ไม่ได้บอกว่า "อะไรถูก" · สังเกตว่าวันนี้กระแส X สวนทางกับราคา: ตลาดขายชิปหนัก แต่ฟีดพูดถึงอวกาศ/ดาวเทียมและหน่วยความจำที่ตึงตัว = ความสนใจกำลังย้ายไปธีมถัดไปก่อนที่ราคาจะสะท้อน (หรืออาจเป็นเพียงเสียงดังของกลุ่มเดิม — แยกไม่ได้จากข้อมูลชั้นนี้) · อ้างอิง Peter Lynch (One Up On Wall Street): เรื่องเล่าที่ดี ≠ หุ้นที่ดีในราคานี้ — Lynch ให้เริ่มจาก "ฉันเข้าใจธุรกิจนี้ไหม" ก่อนสนใจว่าใครกำลังพูดถึง · เสริม Ed Thorp / John Kelly (การกำหนดขนาดสถานะ): ถ้าจะเล่นตามธีมที่ยังไม่มีตัวเลขยืนยัน ขนาดสถานะต้องเล็กลงตามความไม่แน่นอน ไม่ใช่ใหญ่ขึ้นตามความมั่นใจ — ตรงกับโพสต์ @Speculator_io ที่เตือนเรื่อง "อย่ารับมีดที่กำลังตก"
CRYPTO · คริปโต

BTC ปิด $64,113 (−1.44%) ลงต่อวันที่สาม — ETF ไหลออก 6 วันทำการติด รวมกว่า $1.5B · เงินไหลเข้าสุทธิของปี 2026 เหลือเพียง $536M

ฝั่งโครงสร้าง / มุมมองต้นทาง

  • ฝั่ง Ether สวนทาง: กองทุน ETF ของ Ether เงินไหลเข้าต่อเนื่อง 5 วัน · วันพฤหัส +$26.3 ล้าน — ขณะที่ฝั่ง Bitcoin ไหลออก = เงินในโลกคริปโตกำลังย้ายที่ ไม่ได้หายไปทั้งหมด
  • ดัชนีอารมณ์: Fear & Greed อยู่ที่ 28 = โซน "กลัว" (Fear) — บางสำนักถือเป็นโซนที่ผู้เล่นสวนทางเริ่มสนใจ (มุมมองต้นทาง ไม่ใช่คำแนะนำ)
  • เส้นที่ตลาดจับตา: $64,000 (ราคาปิดล่าสุดอยู่ติดเส้นนี้) · $65,000 ที่หลุดมา = กลายเป็นแนวด้านบน · ตัวขับถัดไปคือ FOMC 28–29 ก.ค.

ฝั่งเห็นต่าง / มุมระวัง

  • เงินไหลออกเป็นระบบ ไม่ใช่วันเดียว: ETF บิตคอยน์แบบ spot ไหลออก 6 วันทำการติดต่อกัน รวมกว่า $1.5 พันล้าน · เฉพาะวันศุกร์ −$105.2 ล้านยอดไหลเข้าสุทธิสะสมทั้งปี 2026 ลดลงมาเหลือเพียง $536 ล้าน = แรงซื้อสถาบันที่เคยเป็นเรื่องเล่าหลักของปีนี้ กำลังถูกลบออกไปเกือบหมด
  • ผู้ถือรายใหญ่ขายจริง: บริษัท Strategy ขาย BTC 3,588 เหรียญ โดยมีต้นทุนเฉลี่ยที่รายงานไว้ $74,582ขายต่ำกว่าต้นทุน ซึ่งเป็นข้อมูลเชิงพฤติกรรมที่ต่างจากคำพูด "ถือตลอดไป"
  • ยังเคลื่อนตามหุ้น: BTC ลงต่อในสัปดาห์ที่ Nasdaq ลบ 2.1% = ยังเป็นสินทรัพย์เสี่ยง ไม่ใช่ที่หลบภัย · หุ้นสายขุด MARA −5.09% ตอกย้ำสายส่งเดียวกัน
กรอบคิด: อ้างอิง Benjamin Graham (The Intelligent Investor, บท 1 "การลงทุน vs การเก็งกำไร"): Graham แยกสองอย่างด้วยคำถามว่า ผลตอบแทนมาจากกระแสเงินสดของสินทรัพย์ หรือมาจากคนที่มาซื้อต่อในราคาสูงกว่า — ตัวเลข "เงินไหลเข้าสุทธิทั้งปีเหลือ $536M" คือคำตอบตรง ๆ ว่ารอบนี้ราคาถูกกำหนดโดยกระแสเงิน (flow) ไม่ใช่กระแสเงินสด (cash flow) · เสริม Howard Marks: เมื่อเรื่องเล่า ("สถาบันซื้อ ETF ไม่หยุด") ถูกข้อมูลจริงหักล้าง สิ่งที่ต้องทบทวนคือสมมติฐาน ไม่ใช่รอให้ราคายืนยัน · และ Ed Thorp / Kelly: ในเกมที่ความได้เปรียบ (edge) ยังพิสูจน์ไม่ได้ ขนาดเดิมพันที่ถูกต้องคือเล็กพอที่จะผิดได้โดยไม่ล้ม
ศัพท์วันนี้ · แปลเป็นภาษาชาวบ้าน

Rotation (การหมุนกลุ่ม)

เงินย้ายจากกลุ่มหุ้นหนึ่งไปอีกกลุ่ม โดยเงินรวมในตลาดไม่เปลี่ยนมาก · วันนี้เห็นชัดสุด: Technology −1.46% แต่ Real Estate +2.25% ในวันเดียวกัน ทำให้ S&P ปิด +0.05% เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

Beat แล้วโดนขาย

งบออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาด (beat) แต่ราคาหุ้นยังลง เพราะราคาก่อนงบได้ "รวมความคาดหวัง" ไว้เกินตัวเลขนั้นแล้ว · วันนี้: INTC beat กำไร 2 เท่าของที่คาด แต่หุ้นร่วง −7.89%

ETF flow (เงินไหลเข้า-ออกกองทุน)

ยอดเงินสุทธิที่ไหลเข้า/ออกจากกองทุน ETF · เป็นตัววัด "แรงซื้อจริง" ที่ตรวจได้ ต่างจากความเห็น · วันนี้: ETF บิตคอยน์ไหลออก 6 วันติด รวม >$1.5B ทำให้ยอดไหลเข้าสุทธิทั้งปีเหลือ $536M

Forward guidance (การบอกใบ้ทิศทางล่วงหน้า)

การที่ธนาคารกลางส่งสัญญาณล่วงหน้าว่าจะทำอะไรกับดอกเบี้ย เพื่อลดความช็อกในตลาด · วันนี้ WSJ รายงานว่า Fed เลิกใช้เครื่องมือนี้แล้ว = ตลาดต้องเดาเอง ความผันผวนก่อนประชุมจึงสูงขึ้น

Export control (การควบคุมการส่งออก)

กฎที่รัฐใช้ห้าม/จำกัดการส่งเทคโนโลยีบางอย่างไปประเทศเป้าหมาย · วันนี้: ข่าว Moonshot AI ของจีนเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ Nvidia GB300 (รวมที่ตั้งในไทย) + ร่างกฎหมาย RASA = ความเสี่ยงที่ตีเป็นตัวเลขยาก แต่กดหุ้นชิปได้ทั้งกลุ่ม

Leveraged ETF 3x (กองทุนทดคูณ)

ETF ที่ออกแบบให้เคลื่อนไหว 3 เท่าของดัชนีอ้างอิงต่อวัน · วันนี้: กลุ่มชิปลบราว 3% แต่ SOXL ลบ 13.14% · ข้อควรรู้: เพราะทดคูณรายวัน ถ้าดัชนีเหวี่ยงไปมาแล้วกลับจุดเดิม กองทุนแบบนี้จะไม่กลับมาเท่าเดิม

เส้นที่ตลาดจับตา · ไม่ใช่คำแนะนำ
สินทรัพย์ราคาปิดศุกร์ 24 ก.ค.เส้นที่ตลาดจับตา (เส้นอ้างอิง ไม่ใช่คำแนะนำ)
ทองคำ4,070.80วนอยู่รอบเส้นเฉลี่ย 50/100 วัน $4,063–4,067 · เส้นแนวโน้มด้านบน ~$4,150 ที่หลุดมาเมื่อพฤหัส · โซนกลม $4,000 ด้านล่าง
Bitcoin64,113.32ปิดติดเส้น $64,000 · $65,000 ที่หลุดมากลายเป็นแนวด้านบน · ETF ไหลออก 6 วันติดเป็นแรงกดเชิงโครงสร้าง · FOMC 28–29 ก.ค.
S&P 5007,411.98ยืนเหนือโซนกลม 7,400 ได้สองวัน (+0.05%) · ทั้งสัปดาห์ −0.6% · การหมุนกลุ่มพยุงดัชนีไว้ ไม่ใช่แรงซื้อกว้าง
Nasdaq / semis24,975.82หลุดเส้นกลม 25,000 · ลบ 3 วันติด · ทั้งสัปดาห์ −2.1% ลบ 2 สัปดาห์ติด · INTC −7.9% / MU −7.0% / SOXL −13.1% เป็นตัวฉุด
ยีลด์ 10 ปี4.69%ย่อใต้เส้น 4.7% · แต่ทั้งสัปดาห์ +9bp (2 ปี +12bp) · 30Y 5.16% · FedWatch ~36% vs Kalshi ~22% = ยังไม่ลงตัว
WTI (น้ำมัน)89.31Brent $96.78 (−4%) หลังแตะเหนือ $100 ระหว่างสัปดาห์ · เส้นกลม $100 = จุดที่ตลาดพูดถึง · ยังขึ้น ~30% ในเดือนนี้ · ข่าวเจรจายังไม่ใช่ข้อตกลง
USD/JPY163.82163–165 = ย่านเฝ้าระวังการแทรกแซง · เยนใกล้อ่อนสุดรอบ ~40 ปี · DXY 101.45 · คลังสหรัฐเรียกร้องให้ BOJ ขึ้นดอกเบี้ย = ระวัง carry trade กลับทิศ
จับตา 24–72 ชั่วโมง

วันนี้ (เสาร์ 25 ก.ค.)

ตลาดสหรัฐปิด · ไม่มีข้อมูลเศรษฐกิจ · ไม่มีฉบับเย็น · เป็นวันที่เหมาะกับการทบทวนสัปดาห์: S&P −0.6% · Nasdaq −2.1% (ลบ 2 สัปดาห์ติด) · ยีลด์ 10Y +9bp · น้ำมันยังบวก ~30% ในเดือนนี้ · Bitcoin เท่านั้นที่ยังเทรด 24/7

สัปดาห์หน้าคือสัปดาห์ FOMC

อ. 28 ก.ค. Consumer Confidence (ความเชื่อมั่นผู้บริโภค) · พ. 29 ก.ค. ประชุม FOMC — ตลาดยังไม่ลงตัวเรื่องโอกาสขึ้นดอกเบี้ย (FedWatch ~36% vs Kalshi ~22%) และ Fed เลิกบอกใบ้ล่วงหน้า = ความผันผวนรอบประชุมสูงกว่าปกติ

ตัวเลขที่ชี้ทางจริง

พฤ. 30 ก.ค. — GDP ไตรมาส 2 + Core PCE = มาตรวัดเงินเฟ้อที่ Fed ใช้ตัดสินใจ (ไม่ใช่ CPI) · เข้าเกณฑ์ข้อมูลชั้นแรก จึงมีฉบับเย็นวันนั้น · ถัดไป NFP (การจ้างงาน) 7 ส.ค.

ปักหมุดเรื่องที่ยังไม่จบ

ภาษีใหม่ 10–12.5% กับ 60 ประเทศ (เพิ่งมีผลศุกร์) = ผลต่อราคาสินค้าจะทยอยเห็นในข้อมูลข้างหน้า · เจรจา US–Iran (ปากีสถานคนกลาง) ยังเป็นข่าว ไม่ใช่ข้อตกลง — ช่องแคบฮอร์มุซ = ทางผ่านน้ำมันโลก ~20% · Export control/RASA กดกลุ่มชิป · เยน 163+ ย่านเฝ้าระวัง BOJ

แดชบอร์ดตัวเลขล่าสุด

S&P 500

7,411.98

+0.05% · ปิด ศ.

Nasdaq

24,976

−0.64% · หลุด 25,000

ยีลด์ 10 ปี

4.69%

ย่อจาก 4.71 · สัปดาห์ +9bp

ทองคำ

4,070.80

+0.51% · ติดเส้นเฉลี่ย

Bitcoin

64,113

−1.44% · ETF ออก 6 วัน

WTI น้ำมัน

89.31

−3% · Brent 96.78

*เสาร์ 25 ก.ค. เช้าไทย — ตลาดสหรัฐปิดสุดสัปดาห์ ทุกตัวเลขคือราคาปิดวันศุกร์ 24 ก.ค. (ไม่ใช่ราคาสด) · Bitcoin เทรด 24/7 ตัวเลขคือราคาปิดวันตามช่วงตลาดสหรัฐ · เพิ่มเติม: 2 ปี 4.33% · 30 ปี 5.16% · DXY 101.45 · USD/JPY 163.82 · EUR/USD 1.1376 · GBP/USD 1.3313 · Brent $96.78 · สรุปสัปดาห์ S&P −0.6% · Nasdaq −2.1%