ข่าวการเงินรายวัน · You Need Wealth

ข่าวสงครามพลิกสองรอบใน 3 วัน แต่เรื่องที่ใหญ่กว่าอยู่ที่ปลายเส้นยีลด์
· 3 ส.ค. 2569

คำสั่งโจมตีอิหร่านถูกออกวันเสาร์ ถูกยกเลิกวันอาทิตย์ และเช้าวันจันทร์กลับเข้าโต๊ะเจรจา · น้ำมันเบรนต์ในตลาดเอเชียเช้านี้จึงลงราว 5% แต่ปริมาณซื้อขายบางมากจนยังเรียกว่าราคาปิดไม่ได้ · สิ่งที่เปลี่ยนแบบไม่พลิกกลับคือเส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตร ปลายยาวขึ้น 18 bps ในสามวันทำการขณะที่ปลายสั้นแทบไม่ขยับ · และญี่ปุ่นเพิ่งประกาศเช้านี้ว่าได้เข้าแทรกแซงค่าเงินร่วมกับกระทรวงการคลังสหรัฐไปแล้วเมื่อวันศุกร์

อัปเดต: 3 ส.ค. 2569 เช้า (จันทร์) · ราคาหลักอิงการปิดวันศุกร์ที่ 31 ก.ค. ตามเวลาสหรัฐ · ผู้จัดทำ: เดชากร [กลต.043827]
อ่านฉบับเช้าวันจันทร์อย่างไร ตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตรสหรัฐยังไม่เปิด ตอนที่เรียบเรียงหน้านี้ · ตัวเลขดัชนีและยีลด์ทั้งหมดจึงเป็นราคาปิดวันศุกร์ที่ 31 ก.ค. · ส่วนทองคำ น้ำมัน บิตคอยน์ และค่าเงินเยน มีราคาของเช้าวันจันทร์จากรอบเอเชีย แต่เป็นรอบซื้อขายบางและยังไม่จบวัน เราจึงเรียกมันว่าทิศทางเช้านี้ ไม่ใช่ราคาปิด และไม่นำไปคิดเป็นเปอร์เซ็นต์รายวันในตารางสรุป · ตัวเลขที่จะเปลี่ยนภาพจริงคือ ISM ภาคผลิตคืนนี้ และการจ้างงานนอกภาคเกษตรวันศุกร์ที่ 7 ส.ค.

ภาพใหญ่ของวันนี้

สรุปราคาย้อนหลัง 3 วัน

RECAP
อ่านตารางอย่างไร? คอลัมน์ทั้งสามคือสามวันทำการล่าสุด ไม่ใช่สามวันปฏิทิน · เช้าวันจันทร์ตลาดสหรัฐยังไม่เปิด สามวันทำการล่าสุดจึงยังเป็น 29 ถึง 31 ก.ค. ชุดเดิม · สิ่งที่เพิ่มเข้ามาในฉบับนี้อยู่ในกล่องด้านล่างตาราง คือทิศทางของรอบเอเชียเช้านี้ ซึ่งแยกออกจากตารางโดยตั้งใจเพราะยังไม่ใช่ราคาปิด
สินทรัพย์29 ก.ค.30 ก.ค.31 ก.ค.คำอ่านภาษาชาวบ้าน
ทองคำ (สัญญาล่วงหน้า)4,036.304,160.604,107.00กระโดดขึ้นแล้วคืนกลับมาไม่ถึงครึ่ง · สามวันสุทธิยังบวกราว 71 ดอลลาร์ คือย่อหลังวิ่ง ไม่ใช่กลับทิศ
S&P 5007,316.157,437.637,489.72ขึ้นสองวันติด รวม 173.57 จุด · ปิดเดือนที่จุดสูงสุดของช่วงสามวันนี้พอดี
Nasdaq24,442.9425,122.1825,373.85เด้งต่อเป็นวันที่สอง รวม 930.91 จุด · แต่เป็นการเด้งที่กระจุกในหุ้นไม่กี่ตัว ดูการ์ดตลาดหุ้นด้านล่าง
ยีลด์ 10 ปี4.67%4.68%4.75%ขึ้นสามวันติด รวม 8 bps · วันศุกร์วันเดียวขึ้น 7 bps คือเกือบทั้งหมดของสามวัน
ยีลด์ 30 ปี5.20%5.21%5.27%ขึ้นสามวันติด · เป็นระดับสูงสุดตั้งแต่ปี 2550 คือย้อนไปก่อนวิกฤตซับไพรม์
Bitcoin63,920.0064,721.9062,825.90ขึ้นแล้วลงแรงกว่าที่ขึ้นมา · บิตคอยน์ซื้อขายเสาร์อาทิตย์ด้วย · 1 ส.ค. อยู่ที่ 62,764.20 และ 2 ส.ค. เด้งกลับเป็น 63,499.50 ก่อนจะอ่อนลงอีกครั้งในเช้าวันจันทร์
ทิศทางรอบเอเชียเช้าวันจันทร์ (ยังไม่ใช่ราคาปิด อย่านำไปคิดเป็นผลตอบแทนรายวัน)
ทองคำ 4,115.4 ขยับขึ้นเล็กน้อยจากราคาปิดวันศุกร์ ปริมาณ 21,877 สัญญา · น้ำมันเบรนต์ 83.49 ต่ำกว่าราคาปิดวันศุกร์ราว 5% แต่ปริมาณเพียง 6,372 สัญญา · บิตคอยน์ 62,745 · เยนต่อดอลลาร์ 156.394 คือเยนแข็งต่อจากวันศุกร์ · ปริมาณซื้อขายที่บางแปลว่าราคาขยับง่ายด้วยคำสั่งไม่มาก ตัวเลขชุดนี้จึงบอกอารมณ์ตลาดเอเชีย ไม่ได้บอกว่าวันนี้จะจบอย่างไร

ภาพรวม 3 วัน: สามวันทำการล่าสุดยังเล่าเรื่องเดิม คือสินทรัพย์แยกทางกัน หุ้นขึ้น ทองย่อ บิตคอยน์แกว่ง · และมีของอย่างเดียวที่ขึ้นต่อเนื่องทั้งสามวันโดยไม่มีวันไหนพัก คือยีลด์พันธบัตร · สิ่งที่ฉบับนี้เพิ่มเข้ามาคือรูปร่างของการขึ้นนั้น · ปลายสั้นแทบไม่ขยับแต่ปลายยาวขึ้นแรง ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการที่ยีลด์ขึ้นทั้งเส้นเพราะตลาดคิดว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ย · รูปร่างแบบนี้มักสะท้อนความกังวลเรื่องเงินเฟ้อระยะยาวและปริมาณหนี้ที่รัฐต้องออก มากกว่าความกังวลเรื่องดอกเบี้ยระยะสั้น

ทองคำ

GOLD

4,107.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (สัญญาล่วงหน้า)

−53.60 (−1.29%) จากราคาปิดวันก่อนหน้า 4,160.60 · ปิดวันศุกร์ที่ 31 ก.ค. · รอบเอเชียเช้าวันจันทร์อยู่ที่ 4,115.4

  • เดือนกรกฎาคมเป็นเดือนแรกที่ทองปิดบวกนับตั้งแต่ช่วงสงครามสหรัฐกับอิหร่าน · แต่บวกเพียงราว 16 ดอลลาร์ ทั้งเดือน · Kitco อ่านว่านี่คือการพักฐาน ไม่ใช่การกลับตัวขึ้นรอบใหม่ · ตัวเลขที่บวกน้อยขนาดนี้บอกว่าแรงซื้อและแรงขายเกือบสมดุลกันตลอดเดือน
  • ราคาสปอตกับราคาสัญญาล่วงหน้าห่างกันราว 56 ดอลลาร์ อย่าอ่านเป็นตัวเลขผิด · Kitco รายงานสปอตรอบบ่ายวันศุกร์ที่ 4,050.70 ลบ 1.27% ขณะที่สัญญาล่วงหน้าอยู่ที่ 4,107.00 · สปอตคือทองส่งมอบทันที ฟิวเจอร์สคือทองส่งมอบเดือนหน้า ราคาต่างกันได้ตามปกติ · หน้านี้ใช้ฟิวเจอร์สเป็นตัวยืนเพื่อให้เทียบวันต่อวันได้ตรงชุดกัน
  • โปร่งใสเรื่องตัวเลข · ฉบับเมื่อวานพิมพ์ราคาสปอตไว้ที่ 4,048.40 ซึ่งเป็นค่าจากสแนปช็อตช่วงหนึ่งของบ่ายวันศุกร์ · รอบข้อมูลวันนี้ Kitco ให้ราคาปิดรอบบ่ายที่ 4,050.70 · ต่างกัน 2.30 ดอลลาร์และไม่เปลี่ยนข้อสรุปใด ๆ แต่เราแจ้งไว้ตรงนี้แทนที่จะแก้เงียบ
  • โลหะเงินลงแรงกว่าทอง · ปิดที่ 57.75 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลบ 1.93% · เงินมักแกว่งแรงกว่าทองทั้งขาขึ้นและขาลงเพราะตลาดเล็กกว่าและมีความต้องการเชิงอุตสาหกรรมปนอยู่
  • คนในวงการทองยังเห็นไม่ตรงกัน · ผลสำรวจรายสัปดาห์ของ Kitco รอบนี้ ฝั่งนักวิเคราะห์สถาบันยังแตกเป็นสามฝ่ายเกือบเท่ากัน ระหว่างมองขึ้น มองลง และมองออกข้าง · ส่วนฝั่งรายย่อย กลุ่มที่มองขึ้นเหลือเป็นเสียงส่วนน้อย · ทั้งสองกลุ่มระบุตรงกันว่ากำลังรอตัวเลขการจ้างงานวันศุกร์ที่ 7 ส.ค.
เส้นที่ตลาดจับตา (ไม่ใช่คำแนะนำ): ระดับ 4,160.60 คือจุดปิดสูงสุดของช่วง 29 ถึง 31 ก.ค. · ระดับ 4,036.30 คือจุดต่ำสุดของช่วงเดียวกัน · ราคาเช้านี้ที่ 4,115.4 อยู่ระหว่างสองเส้นนี้ · เป็นเพียงตัวเลขที่คนในตลาดอ้างถึงกัน ไม่ใช่จุดซื้อขายและไม่ใช่คำแนะนำจากเรา
กรอบคิด: Howard Marks · The Most Important Thing บทที่ 14 "Knowing What You Don't Know" · เมื่อทั้งนักวิเคราะห์สถาบันและรายย่อยแตกออกเป็นสามทางพร้อมกัน ข้อมูลที่มีค่าที่สุดไม่ใช่การเลือกฝ่าย แต่คือการยอมรับว่าตอนนี้ยังไม่มีใครรู้ แล้วรอให้ตัวเลขวันศุกร์พูดแทน

เฟดและดอกเบี้ย

FED

+47 bps ส่วนต่างยีลด์ 2 ปีกับ 10 ปี

กว้างขึ้นจาก 35 bps เมื่อ 28 ก.ค. · ยีลด์ 30 ปีที่ 5.27% ยังสูงสุดตั้งแต่ปี 2550

  • ตัวเลขสำคัญที่สุดของฉบับนี้ไม่ใช่ระดับยีลด์ แต่คือรูปร่างของมัน · จาก 28 ถึง 31 ก.ค. ยีลด์ 2 ปีขึ้นเพียง 2 bps จาก 4.26% เป็น 4.28% · แต่ 10 ปีขึ้น 14 bps จาก 4.61% เป็น 4.75% · และ 30 ปีขึ้น 18 bps จาก 5.09% เป็น 5.27%
  • รูปแบบนี้มีชื่อเรียกว่า bear steepener · แปลง่าย ๆ คือปลายยาวขึ้นเร็วกว่าปลายสั้น · ต่างจากกรณีที่ยีลด์ขึ้นทั้งเส้นเพราะตลาดคิดว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ย เพราะกรณีนั้นปลายสั้นจะขึ้นนำ · เมื่อปลายสั้นนิ่งแต่ปลายยาววิ่ง มักสะท้อนความกังวลเรื่องเงินเฟ้อระยะยาวและปริมาณหนี้ที่รัฐต้องออกขาย มากกว่าเรื่องดอกเบี้ยนโยบาย
  • WSJ พาดหัวรอบนี้ตรง ๆ ว่า "Bear Steepener" ไม่ใช่ช่วงเวลาโกลดิล็อกส์ของหุ้น · เหตุผลคือยีลด์ยาวเป็นตัวตั้งของอัตราคิดลดที่ใช้ประเมินมูลค่ากิจการที่กำไรอยู่ไกลออกไปในอนาคต ซึ่งก็คือกลุ่มเติบโตทั้งหมด
  • การประชุม 29 ก.ค. คงดอกเบี้ยที่ 3.50–3.75% ด้วยมติ 9 ต่อ 3 · จุดที่ต้องอ่านให้ละเอียดคือ เสียงคัดค้านทั้งสามต้องการให้ขึ้นดอกเบี้ย · เสียงแตกสามเสียงในทิศทางเดียวกันไม่ใช่เรื่องปกติของเฟด
  • เป็นการประชุมครั้งที่สองของประธาน Kevin Warsh ซึ่งรับตำแหน่งเมื่อ 22 พ.ค. · แถลงการณ์รอบนี้สั้นผิดปกติ และไม่ให้สัญญาณใด ๆ สำหรับการประชุม 15 ถึง 16 ก.ย. · WSJ สรุปประโยคเดียวว่าช่วงฮันนีมูนของ Warsh กับตลาดพันธบัตรจบลงแล้ว
เส้นที่ตลาดจับตา (ไม่ใช่คำแนะนำ): ยีลด์ 10 ปีที่ 4.75% และ 30 ปีที่ 5.27% เป็นจุดสูงสุดของช่วงห้าวันทำการล่าสุด · ส่วนต่าง 2 ปีกับ 10 ปีที่ 47 bps เป็นตัวที่สื่อการเงินอ้างถึงมากรอบนี้ · ตัวเลขที่จะทดสอบทั้งสามคือ ISM ภาคผลิตคืนวันจันทร์และการจ้างงานนอกภาคเกษตรวันศุกร์ที่ 7 ส.ค.
กรอบคิด: Stephen Penman · Financial Statement Analysis and Security Valuation บทที่ 20 ว่าด้วยการวิเคราะห์ความเสี่ยงด้านเครดิต · บทนี้ชี้ว่าราคาของหนี้ระยะยาวคือที่ที่ตลาดคิดเงินค่าความไม่แน่นอนของอนาคตไกล · เมื่อปลายยาวขยับแต่ปลายสั้นนิ่ง สิ่งที่เปลี่ยนจึงไม่ใช่มุมมองต่อดอกเบี้ยปีหน้า แต่คือราคาที่ตลาดเรียกเก็บสำหรับการถือความเสี่ยงข้ามทศวรรษ

เศรษฐกิจสหรัฐ

ECONOMY

2.7% อัตราการออมของครัวเรือน

ต่ำที่สุดในรอบ 4 ปี · ตัวเลขเดือนมิถุนายน

  • จีดีพีไตรมาส 2 โต 1.5% ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ 1.8% · ไม่ใช่ตัวเลขถดถอย แต่เป็นตัวเลขที่ช้ากว่าที่คนคาด · จุดที่ควรอ่านคู่กันคือมันช้าลงในช่วงเดียวกับที่ยีลด์ยาววิ่งขึ้น
  • เงินเฟ้อพื้นฐาน Core PCE เดือนมิถุนายนขึ้น 0.1% จากเดือนก่อน และ 3.3% เทียบปีก่อน · ตัวเลขรายเดือนถือว่านิ่ง แต่ตัวเลขรายปีที่ 3.3% ยังห่างจากเป้าหมาย 2% ของเฟดพอสมควร · นี่คือเหตุผลเชิงตัวเลขที่ทำให้เสียงคัดค้านสามเสียงในเฟดขอให้ขึ้นดอกเบี้ย
  • การใช้จ่ายโต 0.3% แต่อัตราการออมลงมาที่ 2.7% ซึ่งต่ำสุดในรอบสี่ปี · สองตัวนี้อ่านคู่กันแล้วได้ความหมายเดียว คือคนยังใช้จ่ายอยู่ แต่ใช้จากเงินที่เคยเก็บ ไม่ใช่จากรายได้ที่โตขึ้น · การใช้จ่ายที่มาจากการลดเงินออมมีเพดานในตัวมันเอง
  • ปฏิทินสัปดาห์นี้ (เวลาสหรัฐ) · จันทร์ 3 ส.ค. S&P Global PMI ภาคผลิต 09:45 น. · Construction Spending และ ISM ภาคผลิต 10:00 น. · พุธ 5 ส.ค. ADP 08:15 น. และ ISM ภาคบริการ 10:00 น. · ศุกร์ 7 ส.ค. การจ้างงานนอกภาคเกษตร · และ CPI วันพุธที่ 12 ส.ค.
  • อย่าสับสนสอง PMI · S&P Global กับ ISM ออกวันเดียวกันแต่ใช้วิธีสำรวจคนละแบบและมักให้ผลไม่ตรงกัน · ตัวที่ตลาดพันธบัตรให้น้ำหนักมากกว่าคือ ISM
เส้นที่ตลาดจับตา (ไม่ใช่คำแนะนำ): เส้น 50 ของ ISM คือเส้นแบ่งระหว่างขยายตัวกับหดตัว · ตัวเลข Core PCE ที่ 3.3% เทียบกับเป้า 2% คือช่องว่างที่เฟดต้องอธิบาย · ทั้งสองตัวเลขนี้เป็นข้อมูลอ้างอิง ไม่ใช่สัญญาณซื้อขาย
กรอบคิด: Daniel Kahneman · Thinking, Fast and Slow บทที่ 14 "Tom W's Specialty" · บทนี้ว่าด้วยการที่คนทิ้งอัตราฐาน (base rate) เมื่อเจอเรื่องเล่าที่ชัดเจน · ข่าวสงครามที่พลิกสองรอบเป็นเรื่องเล่าที่ชัดมาก ส่วนอัตราการออมที่ 2.7% เป็นตัวเลขที่น่าเบื่อ · ตัวที่มีผลกับเศรษฐกิจในหกเดือนข้างหน้ามักเป็นตัวหลัง ไม่ใช่ตัวแรก

ภูมิรัฐศาสตร์และน้ำมัน

GEOPOLITICS

83.49 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (เบรนต์ รอบเอเชียเช้านี้)

ต่ำกว่าราคาปิดวันศุกร์ที่ 87.93 ราว 5% · ปริมาณเพียง 6,372 สัญญา จึงเป็นทิศทาง ไม่ใช่ราคาปิด

  • ลำดับเหตุการณ์สามวันที่ควรเห็นเรียงกัน · 1 ส.ค. มีรายงานว่ามีการสั่งโจมตีระลอกใหม่ → 2 ส.ค. คำสั่งนั้นถูกยกเลิกหลังทั้งสองฝ่ายเข้าใกล้สิ่งที่เรียกว่ากรอบของข้อตกลง → 3 ส.ค. การเจรจากลับมาเดินต่อในวันจันทร์
  • เงื่อนไขที่ปรากฏในรายงาน · เปิดช่องแคบฮอร์มุซทันที · เปิดเต็มรูปแบบ · ไม่เก็บค่าผ่านทาง · และยุติภัยคุกคามด้านนิวเคลียร์
  • จุดที่หายไปคือจุดที่น่าสนใจ · เมื่อ 13 ก.ค. เคยมีการเสนอเก็บค่าผ่านช่องแคบ 20% · ข้อเสนอนั้นไม่ปรากฏในเงื่อนไขรอบนี้ · สำหรับตลาดน้ำมัน ค่าผ่านทางคือต้นทุนที่บวกเข้าไปในทุกบาร์เรลที่ผ่านช่องแคบ การที่มันหายไปมีน้ำหนักไม่น้อยกว่าข่าวยกเลิกการโจมตี
  • ข้อควรระวังที่ต้องพูดให้ชัด · บันทึกความเข้าใจหยุดยิงเมื่อ 17 มิ.ย. เคยถูกละเมิดมาแล้ว · ข่าวดีรอบนี้จึงเป็นข่าวดีที่มีประวัติว่าเคยกลับทิศ · การที่ราคาน้ำมันลง 5% ในรอบเอเชียแปลว่าตลาดกำลังคิดเงินให้กับข่าวดีนี้แล้ว ซึ่งก็แปลว่าถ้าข่าวกลับทิศอีก ราคาก็มีที่ให้กลับเช่นกัน
  • บันทึกเรื่องแหล่งข้อมูล · ราคาน้ำมันในหน้านี้ใช้เบรนต์ เพราะชุดข้อมูล WTI ถูกปิดการเข้าถึงในรอบนี้ · เบรนต์เป็นราคาอ้างอิงของน้ำมันที่ขนส่งทางทะเล ซึ่งตรงกับเรื่องช่องแคบฮอร์มุซมากกว่า WTI ที่อ้างอิงน้ำมันในแผ่นดินสหรัฐอยู่แล้ว
เส้นที่ตลาดจับตา (ไม่ใช่คำแนะนำ): ราคาปิดวันศุกร์ที่ 87.93 คือจุดอ้างอิงว่าตลาดคิดเงินข่าวดีนี้ไปแล้วเท่าไหร่ · ระดับ 83.49 ของรอบเอเชียเป็นตัวเลขที่ปริมาณซื้อขายบางมาก จึงควรรอราคาปิดวันจันทร์ก่อนถือเป็นเส้นจริง
กรอบคิด: Howard Marks · Mastering the Market Cycle บทที่ 4 ว่าด้วยวัฏจักรเศรษฐกิจ · Marks ย้ำว่าเหตุการณ์ที่พลิกกลับได้ภายในวันเดียวไม่ควรถูกใช้เป็นฐานของการตัดสินใจระยะยาว · ข่าวที่พลิกสองรอบในสามวันคือคำนิยามของข้อมูลที่ยังไม่นิ่ง · สิ่งที่ทำได้คือบันทึกไว้ว่าตลาดคิดเงินไปแล้วเท่าไหร่ ไม่ใช่เดาว่ารอบที่สามจะพลิกทางไหน

ค่าเงินและเยนญี่ปุ่น

FOREX

156.394 เยนต่อดอลลาร์ (รอบเอเชียเช้านี้)

เยนแข็งต่อจากราคาปิดวันศุกร์ที่ 157.469 · แข็งจากจุดสูงสุดของสัปดาห์ที่ 163.844 มาแล้วราว 4.5%

  • ข่าวใหญ่ที่สุดของการ์ดนี้ประกาศเช้าวันจันทร์ · กระทรวงการคลังญี่ปุ่นแถลงว่าได้เข้าซื้อเงินเยนร่วมกับกระทรวงการคลังสหรัฐ โดยดำเนินการไปแล้วเมื่อวันศุกร์ · การแทรกแซงค่าเงินที่สองประเทศทำร่วมกันเป็นเรื่องที่เกิดไม่บ่อย เพราะปกติประเทศที่ค่าเงินอ่อนจะทำฝ่ายเดียว
  • ทำไมการทำร่วมกันจึงมีน้ำหนักต่างจากการทำฝ่ายเดียว · การแทรกแซงฝ่ายเดียวคือประเทศหนึ่งสู้กับตลาด · การแทรกแซงร่วมคือสองประเทศตกลงกันว่าระดับค่าเงินนี้เป็นปัญหาของทั้งคู่ · ตลาดจึงตีความว่าโอกาสที่จะมีรอบต่อไปสูงกว่า
  • ลำดับค่าเงินห้าวันทำการล่าสุด · 163.718 → 163.844 → 163.391 → 159.497157.469 และรอบเอเชียเช้านี้ 156.394 · จุดที่ต้องสังเกตคือการเปลี่ยนแปลงเกือบทั้งหมดกระจุกอยู่ในสามรอบสุดท้าย
  • ปริมาณซื้อขายยืนยันว่าเป็นของจริง · ปริมาณซื้อขายเงินตราบนระบบ EBS เมื่อวันพฤหัสบดีสูงสุดในรอบสิบปี · และสัญญาล่วงหน้าเยนบน CME ทำสถิติสูงสุด · ตัวเลขปริมาณเป็นสิ่งที่แยกการเคลื่อนไหวที่มีเงินจริงหนุน ออกจากการแกว่งบาง ๆ แบบราคาน้ำมันเช้านี้
  • BOJ คงดอกเบี้ยที่ 1% เมื่อ 31 ก.ค. ด้วยมติ 8 ต่อ 1 · ระดับ 1% เป็นระดับสูงสุดตั้งแต่ปี 2538 และเพิ่งขึ้นมาเมื่อ 16 มิ.ย. · สิ่งใหม่คือ BOJ เตือนว่าเงินเฟ้อพื้นฐานอาจเกิน 2% ซึ่งเปิดทางให้การประชุมครั้งหน้าถูกมองว่ามีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยจริง
  • ข้อมูลที่ต้องติดป้ายวันที่ · ดัชนีดอลลาร์ที่ดึงได้ล่าสุดคือ 101.35 ณ วันที่ 28 ก.ค. ยูโรที่ 1.1393 และปอนด์ที่ 1.3288 · ตัวเลขชุดนี้เก่ากว่าตัวอื่นในหน้านี้สามวันทำการ เราจึงแสดงพร้อมวันที่และไม่นำไปเทียบกับเหตุการณ์วันศุกร์
เส้นที่ตลาดจับตา (ไม่ใช่คำแนะนำ): ระดับ 163.391 คือจุดก่อนเยนเริ่มแข็งเมื่อ 29 ก.ค. · ระดับ 156.394 คือจุดแข็งสุดของรอบนี้ · ระยะห่างระหว่างสองเส้นคือขนาดของการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นภายในสามรอบซื้อขาย ซึ่งเป็นข้อมูลสำหรับดูว่าตลาดยังไปต่อหรือเริ่มพัก
กรอบคิด: Howard Marks · The Most Important Thing บทที่ 5 "Understanding Risk" · Marks แยกความเสี่ยงออกจากความผันผวน และชี้ว่าความเสี่ยงที่แท้จริงคือโอกาสที่จะเกิดผลถาวรที่ย้อนไม่ได้ · การแทรกแซงค่าเงินร่วมสองประเทศเป็นเหตุการณ์ที่เปลี่ยนกฎของเกมมากกว่าจะเป็นเพียงความผันผวนรายวัน จึงควรบันทึกไว้คนละช่องกับข่าวราคาปกติ

ตลาดหุ้นและความกว้างของตลาด

MARKET

−1.77% กลุ่มเทคโนโลยี เฉลี่ยแบบรายตัว

ในวันเดียวกับที่ Nasdaq ปิดบวก 1.00% · ตัวเลขวันศุกร์ที่ 31 ก.ค.

  • ดัชนีขึ้นแต่หุ้นส่วนใหญ่ลง คือประโยคเดียวที่สรุปวันศุกร์ได้ · S&P 500 ปิด 7,489.72 บวก 0.70% และ Nasdaq ปิด 25,373.85 บวก 1.00% · แต่ถ้านับค่าเฉลี่ยแบบให้หุ้นทุกตัวมีน้ำหนักเท่ากัน ภาพกลับด้าน
  • ผลตอบแทนเฉลี่ยรายตัวแยกตามกลุ่ม (วันศุกร์) · สื่อสาร +3.48% · สินค้าฟุ่มเฟือย +1.41% · พลังงาน +1.01% · วัตถุดิบ +0.63% · สินค้าจำเป็น +0.51% · การเงิน +0.34% · สุขภาพ +0.05% · อุตสาหกรรม −0.94% · สาธารณูปโภค −0.98% · เทคโนโลยี −1.77% · อสังหาริมทรัพย์ −3.32%
  • แปลว่าอะไร · มีเพียงเจ็ดกลุ่มจากสิบเอ็ดที่บวก และกลุ่มที่ยกดัชนีขึ้นคือกลุ่มสื่อสารซึ่งมีบริษัทขนาดใหญ่ไม่กี่ตัวคุมน้ำหนักส่วนใหญ่ · ความกว้างของตลาดแคบ หมายถึงการขึ้นพึ่งพาหุ้นจำนวนน้อย ซึ่งเป็นข้อมูลเรื่องความเปราะบาง ไม่ใช่สัญญาณให้ทำอะไร
  • ตัวเลขที่อธิบายความแคบนี้ · CNBC รายงานว่าในสัปดาห์เดียว Alphabet Amazon และ Microsoft เพิ่มมูลค่าตลาดรวมกันเกือบ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ · Microsoft เพิ่มราว 600,000 ล้าน ส่วนอีกสองบริษัทเพิ่มบริษัทละราว 400,000 ล้าน
  • แต่ในสัปดาห์เดียวกัน Meta ลง 8% และทำสถิติลงต่อเนื่องยาวที่สุดของบริษัท · CNBC เรียกภาวะนี้ว่าธีม AI แตกเป็นสองฝั่ง · ฝั่งที่ตลาดให้รางวัลคือฝั่งที่รายได้จากคลาวด์โตจริง ส่วนฝั่งที่ถูกลงโทษคือฝั่งที่ใช้เงินลงทุนหนักแต่ยังไม่เห็นรายได้กลับมา
  • เอเชียเช้าวันจันทร์ · Nikkei 225 −0.91% · Topix ลบเกิน 1% · ASX 200 แทบไม่ขยับ · Toyota ลงเกิน 5% ก่อนตัวเลขที่ตลาดคาดว่าจะเป็นกำไรจากการดำเนินงานที่ลดลงเป็นไตรมาสที่ห้าติดต่อกัน · เยนที่แข็ง 4.5% ในสามรอบซื้อขายเป็นตัวแปรตรงของผู้ส่งออกญี่ปุ่น
  • สิ่งที่เราตัดออกอย่างตั้งใจ · ตัวเลขตลาดเกาหลีในรอบข้อมูลวันนี้ขัดกันเอง ระหว่างสองชุด จึงไม่นำมาลงในหน้านี้ · เราเลือกไม่ลงมากกว่าลงตัวเลขที่ตรวจไม่ผ่าน
เส้นที่ตลาดจับตา (ไม่ใช่คำแนะนำ): S&P 500 ที่ 7,489.72 และ Nasdaq ที่ 25,373.85 เป็นจุดสูงสุดของช่วงสามวันทำการล่าสุดพอดี · สิ่งที่ผู้ติดตามตลาดดูต่อคือเมื่อเปิดวันจันทร์ ดัชนีจะยืนเหนือจุดนี้ได้พร้อมกับความกว้างที่ดีขึ้นหรือไม่
กรอบคิด: Peter Lynch · Beating the Street บทที่ 2 · Lynch เตือนว่าดัชนีเป็นเพียงค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก ซึ่งบอกเรื่องของหุ้นตัวใหญ่ไม่กี่ตัวได้ดีกว่าบอกเรื่องของตลาดทั้งตลาด · ตัวเลข −1.77% ของกลุ่มเทคโนโลยีในวันที่ Nasdaq บวก 1% คือตัวอย่างที่ชัดที่สุดของประเด็นนี้

งบบริษัทใหญ่และต้นทุนของการสร้าง AI

EARNINGS

Amazon · ไตรมาส 2 (รายงาน 30 ก.ค.)

  • AWS โต 37% เทียบปีก่อน เทียบที่ตลาดคาดไว้ 31% · เป็นอัตราการโตที่เร็วที่สุดตั้งแต่ปี 2564
  • ธุรกิจ AI ของ AWS และหน่วยผลิตชิปของบริษัท มีขนาดเกิน 25,000 ล้านดอลลาร์ต่อปีทั้งคู่ และโตขึ้นเกินเท่าตัวจากปีก่อน
  • ราคาหุ้นบวกเกิน 10% ในการซื้อขายนอกเวลาทำการ
  • จุดที่ต้องอ่านคู่กัน · บริษัทปรับงบลงทุนปี 2569 ขึ้นเป็น 220,000 ล้านดอลลาร์ · เหตุผลที่ให้ไว้คือต้นทุนหน่วยความจำ · และซีอีโอระบุว่าจะมีการใช้จ่ายเพิ่มอีก

Microsoft · ไตรมาส 4 ปีบัญชี (รายงาน 29 ก.ค.)

  • รายได้ 90,010 ล้านดอลลาร์ เทียบที่ตลาดคาดไว้ 87,620 ล้าน
  • Azure โต 43% เมื่อคิดที่อัตราแลกเปลี่ยนคงที่
  • รายได้ Azure ปีบัญชี 2569 ทะลุ 100,000 ล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรก
  • ราคาหุ้นบวก 15% ตลอดสัปดาห์

อีกด้านของเหรียญเดียวกัน

  • CNBC เมื่อ 31 ก.ค. สรุปธีมของฤดูกาลงบรอบนี้ว่า เงินสดร่อยหรอลงและต้นทุนหน่วยความจำพุ่ง ทำให้ป้ายราคาของการสร้าง AI กำลังบวม
  • ก่อนหน้านั้นเมื่อ 28 ก.ค. CNBC รายงานว่านักลงทุนเข้าสู่สัปดาห์งบด้วยความระมัดระวัง หลังผลประกอบการของ Alphabet จุดชนวนแรงขายในกลุ่มผู้ให้บริการคลาวด์ขนาดใหญ่ เพราะตลาดเริ่มตรวจสอบงบลงทุนเข้มขึ้น
  • Meta ลง 8% และทำสถิติลงต่อเนื่องยาวที่สุด ในสัปดาห์เดียวกับที่อีกสามบริษัทเพิ่มมูลค่าเกือบ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์
  • เส้นแบ่งที่ตลาดใช้ในรอบนี้จึงไม่ใช่ "ใครทำ AI" แต่คือ "ใครแสดงรายได้จาก AI ได้แล้ว" · ทั้ง AWS และ Azure มีตัวเลขรายได้ที่นับได้ ส่วนบริษัทที่ยังอยู่ในช่วงลงทุนล้วน ๆ ถูกตลาดคิดเงินอีกแบบ
กรอบคิด: Joel Greenblatt · The Little Book That Beats the Market · หนังสือเล่มนี้ยืนอยู่บนสองตัวเลขคือผลตอบแทนต่อเงินทุนที่ใช้ และอัตราผลตอบแทนจากกำไรเทียบมูลค่ากิจการ · การที่ Amazon ปรับงบลงทุนขึ้นเป็น 220,000 ล้านคือตัวส่วนของสมการแรกที่ใหญ่ขึ้น · รายได้ที่โต 37% ต้องโตพอที่จะชนะการขยายตัวของตัวส่วนนั้น ไม่ใช่แค่โตเร็วเฉย ๆ · นี่คือคำถามที่งบไตรมาสถัดไปจะตอบ ไม่ใช่ไตรมาสนี้ · เสริมด้วย Philip Fisher · Common Stocks and Uncommon Profits ข้อที่ 5 ใน 15 ข้อ ซึ่งถามว่ากิจการมีอัตรากำไรที่คุ้มค่าหรือไม่ · เป็นคำถามเดียวกันในภาษาที่ต่างกัน

ปฏิทินผลประกอบการ 3 ถึง 5 ส.ค.

ตัวเลขในตารางคือค่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ล่วงหน้า ไม่ใช่ผลจริง · มีไว้ให้เห็นว่าตลาดตั้งเกณฑ์ไว้ตรงไหน · การที่บริษัททำได้เกินหรือต่ำกว่าเกณฑ์นี้คือสิ่งที่มักทำให้ราคาขยับ ไม่ใช่ตัวเลขกำไรเปล่า ๆ

วันที่บริษัทกำไรต่อหุ้นที่คาดรายได้ที่คาด
จ. 3 ส.ค.Palantir $PLTR0.351,812 ล้าน
จ. 3 ส.ค.Snap $SNAP−0.1221,539 ล้าน
อ. 4 ส.ค.AMD $AMD1.6111,306 ล้าน
อ. 4 ส.ค.Pfizer $PFE0.6814,399 ล้าน
อ. 4 ส.ค.Pinterest $PINS0.3571,148 ล้าน
อ. 4 ส.ค.Energy Transfer $ET0.38027,712 ล้าน
อ. 4 ส.ค.Lucid $LCID−2.34405 ล้าน
พ. 5 ส.ค.Uber $UBER0.8314,238 ล้าน
พ. 5 ส.ค.Disney $DIS1.8925,392 ล้าน
พ. 5 ส.ค.Shopify $SHOP0.393,388 ล้าน
พ. 5 ส.ค.Roku $ROKU0.6051,298 ล้าน
พ. 5 ส.ค.Etsy $ETSY0.747646 ล้าน
พ. 5 ส.ค.Riot Platforms $RIOT−0.287154 ล้าน
พ. 5 ส.ค.Catalyst Pharma $CPRX0.48156 ล้าน

ชั้นกระแส · เขาคุยอะไรกันใน X เมื่อวาน X LAYER

ส่วนนี้คือ เสียงจากตลาด ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ตรวจแล้วทั้งหมด · ยกโพสมาดิบ ๆ พร้อมลิงก์ต้นทางทุกโพส เพื่อให้ตรวจเองได้ · โพสไหนที่เราเทียบกับข้อมูลจริงแล้วตรง จะติด ตรวจแล้ว · โพสไหนที่ยังหาข้อมูลยืนยันไม่ได้ จะติด ธง และเราจะไม่เอาตัวเลขนั้นไปใช้ที่อื่นในหน้านี้ · เก็บจาก 4 บัญชี รวม 31 โพส เมื่อวานที่ 2 ส.ค. 2569

@StockSavvyShay · 13 โพสเมื่อวาน

  1. [02/08 09:15 ไทย] ทรัมป์สั่งยกเลิกการโจมตีอิหร่าน และอ้างว่าช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดเต็มรูปแบบ ต้นทาง
    ตรวจแล้ว: ตรงกับรายงาน CNBC วันที่ 2 ส.ค. เรื่องยกเลิกคำสั่งโจมตีหลังได้ "เค้าโครงของข้อตกลง"
  2. [02/08 22:47 ไทย] $RKLB น่าจะพลิกมีกำไรในปี 2027 หลังดีล $IRDM รวมกันได้กำไรราว 140 ล้านดอลลาร์ ต้นทาง
    ธง: เป็นการคาดการณ์ล่วงหน้าของผู้โพสเอง ยังไม่มีงบยืนยัน
  3. [02/08 21:42 ไทย] ยกปฏิทินงบสัปดาห์นี้ว่าเป็น "สัปดาห์ใหญ่ของหุ้นเติบโต" ต้นทาง
    ตรวจแล้ว: ตรงกับปฏิทินงบด้านบนของหน้านี้
  4. [02/08 19:57 ไทย] $AMZN จะแตะรายได้ปีละ 1 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2028 อ้าง AWS run rate 169,000 ล้าน โต 37% มาร์จิ้น 39% ต้นทาง
    ตรวจแล้ว (เฉพาะบางส่วน): ตัวเลขโต 37% ตรงกับ CNBC ธง: run rate 169,000 ล้าน และมาร์จิ้น 39% เรายังหาต้นทางยืนยันไม่ได้ จึงไม่นำไปใช้ที่อื่นในหน้านี้
  5. [02/08 21:04 ไทย] $GOOGL ทำกำไรไตรมาสสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เป็นครั้งแรกที่กำไรสุทธิเกิน 100,000 ล้าน โดยให้เครดิตมูลค่าการถือหุ้นใน $SPCX และ Anthropic พร้อมระบุ backlog โตราว 5 เท่าเป็น 514,000 ล้าน ต้นทาง
    ธง: ตัวเลขชุดนี้เรายังยืนยันไม่ได้จากแหล่งข่าวหลัก จึงไม่นำไปใช้ในการ์ดอื่น
  6. [02/08 16:56 ไทย] SoFi จำนวนสมาชิกโต 518% ใน 5 ปี ขณะที่ราคาหุ้นยังติดลบ 21% ธง: ยังไม่ verify
  7. [02/08 19:03 ไทย] $ASTS ดาวเทียม BlueBird ได้บันทึกกินเนสส์ว่าเป็นแผงสื่อสารเชิงพาณิชย์ที่ใหญ่ที่สุดในวงโคจรต่ำ ธง: ยังไม่ verify

ธีมที่บัญชีนี้พูดถึงมากสุด: งบการเงิน 4 โพส · AI และเทคโนโลยี 4 โพส · คริปโต 1 โพส

$TICKER ที่ปรากฏในบัญชีนี้: $ALAB $AMD $AMZN $ANET $APP $ASTS $AVGO $CIFR $CLPT $DOCN $DUOL $EOSE $GOOGL $GRAB $HUT $IONQ $IRDM $KTOS $MELI $ON $OPEN $OSS $PLTR $PRCT $RKLB $SHOP $SNAP $SNDK $SPCX $TMDX $UBER $VOYG $VPG $WGS $ZETA

@TechCharts · 11 โพสเมื่อวาน

  1. [02/08 13:01 ไทย] บิตคอยน์ "ข่าวดีอย่างเดียวที่มีตอนนี้" คือถ้าวิ่งเร็วขึ้นไปถึงบริเวณ 67.2K จะทำให้รูปแบบกลับตัวระยะสั้นสมบูรณ์ ต้นทาง
    ธง: เป็นการอ่านกราฟของผู้โพส ไม่ใช่ข้อเท็จจริง และเราไม่ใช้เป็นเป้าราคา
  2. [02/08 13:06 ไทย] อีเธอเรียมยังยืนเหนือแนวรับแนวนอนเดิมได้
  3. [02/08 13:07 ไทย] คู่ ETH ต่อ BTC ทำจุดสูงใหม่และจุดต่ำที่สูงขึ้นหลังผ่านแนวต้าน
  4. [02/08 15:01 ไทย] $EEM เทียบ $SPY เด้งจากแนวรับที่แข็ง แท่งรายสัปดาห์มีไส้ล่างยาว
  5. [02/08 13:18 และ 13:31 ไทย] แนวคิดเรื่องการลากเส้น: เส้นแนวนอนอยู่ได้ข้ามปี ส่วนเส้นทแยงเหมือนการมองเห็นรูปร่างในก้อนเมฆ · เส้นแนวนอนมีไว้บอก "จุดที่ความคิดเดิมผิด" ไม่ใช่บอกว่าราคาจะไปถึงไหน บัญชีต้นทาง
    ตรงกับหลักที่เราใช้: ในหน้านี้เส้นทุกเส้นคือ "ระดับที่ตลาดจับตา" ไม่ใช่คำแนะนำซื้อขาย

ธีมที่บัญชีนี้พูดถึงมากสุด: คริปโต 5 โพส · AI และเทคโนโลยี 1 โพส · เงินเฟ้อ 1 โพส

$TICKER ที่ปรากฏในบัญชีนี้: $EEM $SPY

@InvestingVisual · 6 โพสเมื่อวาน

  1. [02/08 20:54 ไทย] พรีวิวงบ $PLTR คาดรายได้ 1,810 ล้านดอลลาร์ โต 80% และกำไรต่อหุ้น 0.35 ดอลลาร์ โต 116% ต้นทาง
    ตรวจแล้ว: ตรงกับปฏิทินงบที่เราดึงมาเอง (1,812 ล้าน และ 0.35 ดอลลาร์) นี่คือตัวอย่างของโพสที่ตัวเลขเชื่อถือได้
  2. โพสอื่นของบัญชีนี้เป็นภาพรวมงบและธีมเทคโนโลยี ไม่มีตัวเลขที่ต้อง verify เพิ่ม

ธีมที่บัญชีนี้พูดถึงมากสุด: งบการเงิน 4 โพส · AI และเทคโนโลยี 3 โพส · น้ำมัน 1 โพส

$TICKER ที่ปรากฏในบัญชีนี้: $AAOI $ABNB $ALAB $AMD $ANET $APP $ASML $AXON $CELH $DDOG $GOOGL $MELI $META $PLTR $SHOP $SNDK $SPCX $TSM $ZETA

@Speculator_io · 1 โพสเมื่อวาน

  1. [03/08 04:37 ไทย] ปฏิทินงบสัปดาห์นี้ · จันทร์ ก่อนเปิด $TWST $MAR $L / หลังปิด $PLTR $STRL $ICHR $POWL $BLZE · อังคาร ก่อนเปิด $DOCN $TSEM $HUT $CIFR $CAT / หลังปิด $AMD $ANET $ALAB $BKNG · พุธ ก่อนเปิด $LLY $SHOP $UBER $DIS ต้นทาง
    ตรวจแล้ว: ชื่อและวันตรงกับปฏิทินงบด้านบน

ธีมที่บัญชีนี้พูดถึงมากสุด: งบการเงิน 1 โพส

$TICKER ที่ปรากฏในบัญชีนี้: $ALAB $AMD $ANET $BKNG $BLZE $CAT $CIFR $DIS $DOCN $HUT $ICHR $L $LLY $MAR $PLTR $POWL $SHOP $STRL $TSEM $TWST $UBER

จุดที่ชั้นกระแสขัดกับข้อมูลจริง

1 · ตัวเลขบิตคอยน์ บทวิเคราะห์ฝั่งคริปโตที่เราอ่านเมื่อวานพูดถึงระดับ 59,000 และ 58,000 ดอลลาร์ แต่ราคาที่เราดึงเองปิดวันศุกร์ที่ 62,825.9 และเช้าวันจันทร์อยู่ราว 62,745 · เราจึงตัดตัวเลขชุดนั้นทิ้ง เก็บเฉพาะธีมที่เขาพูดถึง

2 · ตัวเลข AWS run rate 169,000 ล้าน และมาร์จิ้น 39% จากโพส X ไม่มีต้นทางยืนยัน ส่วนที่ยืนยันได้คือการเติบโต 37% ที่ตรงกับ CNBC · เราใช้เฉพาะ 37%

3 · ตัวเลขกำไรของ Alphabet เกิน 100,000 ล้าน และ backlog 514,000 ล้าน เราหาต้นทางยืนยันไม่ได้ในรอบนี้ จึงไม่นำไปเขียนในการ์ดข่าวใด ๆ ปรากฏเฉพาะในชั้นกระแสนี้พร้อมธง

กวาด $TICKER ครบทุกตัวที่ปรากฏในชั้นกระแสวันนี้ (57 รายการ)

หุ้นรายตัว 55 ตัว: $AAOI $ABNB $ALAB $AMD $AMZN $ANET $APP $ASML $ASTS $AVGO $AXON $BKNG $BLZE $CAT $CELH $CIFR $CLPT $DDOG $DIS $DOCN $DUOL $EOSE $GOOGL $GRAB $HUT $ICHR $IONQ $IRDM $KTOS $L $LLY $MAR $MELI $META $ON $OPEN $OSS $PLTR $POWL $PRCT $RKLB $SHOP $SNAP $SNDK $SPCX $STRL $TMDX $TSEM $TSM $TWST $UBER $VOYG $VPG $WGS $ZETA

กองทุนรวมดัชนี ETF 2 ตัว: $SPY $EEM · แยกไว้ต่างหากเพราะเป็นตะกร้า ไม่ใช่หุ้นรายตัว

ที่มีชื่ออยู่ในปฏิทินงบสัปดาห์นี้: $PLTR $SNAP $AMD $DIS $SHOP $UBER $ICHR $POWL $BLZE $STRL $TWST $MAR $L $DOCN $TSEM $HUT $CIFR $CAT $ANET $ALAB $BKNG $LLY

ธีมร่วมที่เห็นชัดที่สุดเมื่อวาน: ปฏิทินงบสัปดาห์นี้ถูกพูดถึงจาก 3 ใน 4 บัญชี · รองลงมาคือกลุ่มชิปและโครงสร้างพื้นฐาน AI · แล้วจึงเป็นคริปโตที่โทนเปลี่ยนจากบวกเป็นระวัง

คริปโต · ราคายังอยู่ในกรอบ แต่คนที่ซื้อผ่านกองทุนเริ่มถอนออก CRYPTO

62,825.90 −2.93%

บิตคอยน์ปิดวันศุกร์ที่ 62,825.90 ดอลลาร์ ลดลง 2.93% จากวันก่อนหน้า · เสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาราคาแกว่งในกรอบแคบ วันเสาร์ที่ 1 ส.ค. อยู่ที่ 62,764.20 วันอาทิตย์ที่ 2 ส.ค. ขึ้นไป 63,499.50 แล้วเช้าวันจันทร์กลับมาราว 62,745 · จุดสูงสุดของสัปดาห์คือวันพฤหัสที่ 30 ก.ค. ที่ 64,721.90

บิตคอยน์เป็นสินทรัพย์เดียวในหน้านี้ที่มีราคาต่อเนื่องตลอดเสาร์อาทิตย์ ตัวอื่นหยุดพักตามตลาดหุ้นและตลาดสินค้าโภคภัณฑ์

ธีมที่ฝั่งคริปโตพูดถึงกันเมื่อวาน · หนึ่ง เงินไหลออกจากกองทุน ETF ที่ถือบิตคอยน์จริงเพิ่มขึ้น · สอง สัญญาออปชันที่หมดอายุรอบล่าสุดฝั่งที่เดิมพันขาลงหนากว่าฝั่งขาขึ้น · สองข้อนี้รวมกันถูกอ่านว่าแรงซื้อจากสถาบันกำลังแผ่วลง · สาม ดอลลาร์ที่แข็งกดดันราคา · สี่ ส่วนต่างของผลตอบแทนที่คาดหวังกำลังเอียงไปทางหุ้นเทคโนโลยีมากกว่า

ด้านที่เป็นบวกในมุมของเขา คือเครื่องมือวัดแรงเหวี่ยงของราคาแสดงสัญญาณที่ต่างจากราคา คือราคาลงแต่เครื่องมือไม่ลงตาม ซึ่งไม่เคยเห็นในรอบที่ราคาลงก่อนหน้าของปีนี้ · เรายกมาให้เห็นว่าเขาใช้อะไรคิด ไม่ได้แปลว่าจะเป็นจริง

ตัวแปรที่เขาบอกว่าจะชี้ทางต่อ คือตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐปลายสัปดาห์นี้ และความคืบหน้าของการเจรจากับอิหร่าน · สังเกตว่าทั้งสองเรื่องไม่ใช่เรื่องของคริปโตเอง แต่เป็นเรื่องมหภาคทั้งคู่

สิ่งที่เราตัดทิ้ง: บทวิเคราะห์ที่เราอ่านอ้างระดับราคา 59,000 และ 58,000 ดอลลาร์ ซึ่งขัดกับราคาจริงที่เราดึงมาเอง เราจึงเก็บเฉพาะธีมและตัดตัวเลขออก

อ่านเรื่องนี้ด้วยหลักจากหนังสือ: Howard Marks · The Most Important Thing บทที่ 8 เรื่องการใส่ใจวัฏจักร · ประโยคสำคัญของบทนี้คือ ไม่มีอะไรขึ้นตลอดหรือลงตลอด สิ่งที่ควรถามคือตอนนี้เราอยู่ตรงไหนของวงจร ไม่ใช่ราคาจะไปเท่าไร

ศัพท์วันนี้ · แปลภาษาชาวบ้าน VOCAB

ใส่เฉพาะคำที่โผล่ในข่าววันนี้จริง ๆ ไม่ยัดศัพท์จากตำรา · แต่ละคำผูกกับข่าวในหน้านี้ว่าเจอที่ไหน

Bear Steepenerภาวะที่ดอกเบี้ยพันธบัตรขึ้นทั้งเส้น แต่ตัวยาวขึ้นแรงกว่าตัวสั้น ทำให้เส้นชันขึ้นในทางที่ตลาดไม่ชอบ · เจอที่: การ์ดเฟดในหน้านี้ ตัว 2 ปีขึ้น 2 จุด แต่ 30 ปีขึ้น 18 จุด
จุดพื้นฐาน หรือ Basis Pointหน่วยวัดดอกเบี้ยที่เท่ากับ 0.01% · พูดว่าขึ้น 18 จุด หมายถึงขึ้น 0.18% · เจอที่: ทุกที่ที่เราพูดถึงยีลด์ในหน้านี้
ส่วนต่าง 2 ปีกับ 10 ปีเอาดอกเบี้ยพันธบัตร 10 ปีลบด้วย 2 ปี ใช้ดูว่าตลาดคิดยังไงกับอนาคตไกล เทียบกับอนาคตใกล้ · เจอที่: สัปดาห์ที่แล้วกว้างจาก 35 เป็น 47 จุด
Dissent ในที่ประชุมเฟดกรรมการที่โหวตสวนมติที่ประชุม · รอบนี้มี 3 เสียงสวน และที่ไม่ปกติคือทั้งสามเสียงอยากให้ขึ้นดอกเบี้ย ไม่ใช่ลด · เจอที่: การ์ดเฟด มติ 9 ต่อ 3
การแทรกแซงค่าเงินแบบร่วมมือสองประเทศเข้าซื้อขายเงินพร้อมกัน ต่างจากประเทศเดียวทำเอง · น้ำหนักต่างกันเพราะตลาดตีความว่าอีกฝ่ายก็ยอมรับว่าค่าเงินไปไกลเกิน · เจอที่: กระทรวงการคลังญี่ปุ่นกับกระทรวงการคลังสหรัฐทำร่วมกันเมื่อวันศุกร์
Core PCEมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดใช้จริงในการตัดสินใจ ตัดอาหารกับพลังงานออกเพราะสองตัวนี้แกว่งแรงเกินไป · เจอที่: การ์ดเศรษฐกิจ เดือน มิ.ย. บวก 0.1% เทียบเดือนก่อน และ 3.3% เทียบปีก่อน
อัตราการออม หรือ Savings Rateสัดส่วนของรายได้ที่ครัวเรือนเหลือเก็บหลังใช้จ่าย · ยิ่งต่ำแปลว่ากันชนยิ่งบาง · เจอที่: 2.7% ต่ำสุดในรอบ 4 ปี
Annualized Run Rateเอายอดของช่วงสั้น ๆ คูณให้เป็นทั้งปี เพื่อบอกขนาดธุรกิจ · ไม่ใช่ยอดที่เกิดขึ้นจริงทั้งปี · เจอที่: ธุรกิจ AI และหน่วยชิปของ AWS ที่ระบุว่าแต่ละส่วนเกิน 25,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี
Capex หรือรายจ่ายลงทุนเงินที่บริษัทจ่ายไปสร้างของที่ใช้ได้หลายปี เช่นศูนย์ข้อมูลและชิป · ไม่ถูกหักเป็นค่าใช้จ่ายทันทีทั้งก้อน แต่ดูดกระแสเงินสดออกทันที · เจอที่: Amazon ขยับงบปี 2026 เป็น 220,000 ล้านดอลลาร์
Constant Currency หรือ ccการคิดอัตราการเติบโตโดยตัดผลของค่าเงินออก เพื่อดูว่าธุรกิจโตจริงเท่าไร · เจอที่: Azure โต 43% แบบ cc
Spot กับ Futures ของทองคำSpot คือราคาซื้อขายส่งมอบทันที Futures คือสัญญาส่งมอบล่วงหน้า · สองราคานี้ไม่เท่ากันได้ · เจอที่: วันศุกร์ห่างกันราว 56 ดอลลาร์
Invalidation Pointระดับราคาที่ถ้าหลุด แปลว่าความคิดเดิมของคนที่ลากเส้นนั้นผิดแล้ว · เป็นเส้นบอกว่าเมื่อไรควรยอมรับว่าคิดผิด ไม่ใช่เส้นบอกว่าจะไปถึงไหน · เจอที่: ชั้นกระแส X บัญชี @TechCharts

ระดับที่ตลาดจับตา LEVELS

ตารางนี้ไม่ใช่คำแนะนำซื้อขาย และไม่ใช่การทำนายราคา · เป็นเพียงการรวบรวมว่าตัวเลขไหนถูกพูดถึงหรือถูกทำไว้จริงในสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อให้รู้ว่าถ้าราคาผ่านจุดนั้นแล้วข่าวจะเปลี่ยนโทน · ทุกช่องมีที่มาระบุไว้ ตรวจย้อนได้

สินทรัพย์ ล่าสุด เส้นด้านล่าง เส้นด้านบน ที่มาของเส้น
ทองคำ4,107.004,036.304,160.60จุดต่ำและจุดสูงของราคาปิด 3 วันทำการล่าสุด 29 ถึง 31 ก.ค.
พันธบัตร 10 ปี4.754.614.75ช่วงของ 5 วันทำการล่าสุด 27 ถึง 31 ก.ค. · ตอนนี้อยู่ที่ขอบบนของช่วงพอดี
พันธบัตร 30 ปี5.275.095.27ช่วงของ 5 วันทำการล่าสุด · สื่ออ้างว่าใกล้ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007
เยนต่อดอลลาร์156.394156.394163.844ช่วงของ 5 วันทำการล่าสุด · ตอนนี้อยู่ที่ขอบล่างสุด คือเยนแข็งสุดของช่วง
บิตคอยน์62,825.9062,745.0064,721.90จุดต่ำเช้าวันจันทร์ และจุดสูงของสัปดาห์ที่ทำไว้วันพฤหัสที่ 30 ก.ค.
น้ำมันเบรนต์83.4983.4987.93ราคาปิดวันศุกร์เทียบกับราคารอบเอเชียเช้าวันจันทร์ · ⚠️ ตัวเช้านี้ปริมาณซื้อขายบางมากเพียง 6,372 สัญญา

อ่านตารางนี้ยังไง: เส้นในตารางเกิดจากราคาที่ตลาดทำไว้จริงในสัปดาห์ที่แล้วเท่านั้น ไม่ได้มาจากการลากเส้นเทคนิคหรือการคำนวณเป้าใด ๆ · เจตนาของตารางคือให้เห็นว่า "ตอนนี้อยู่ตรงไหนของกรอบที่เพิ่งเกิด" ซึ่งเป็นข้อมูลคนละอย่างกับ "ราคาจะไปทางไหนต่อ"

จับตาสัปดาห์นี้ WATCH

1 · วันนี้ 10:00 ตามเวลาสหรัฐ · ดัชนีภาคผลิต ISMตัวนี้กับ PMI ของ S&P Global ที่ออก 09:45 เป็นคนละสำนัก คนละวิธีเก็บ ตัวเลขไม่เท่ากันเป็นเรื่องปกติ · อย่าเห็นสองตัวขัดกันแล้วตกใจ
2 · พุธ 5 ส.ค. · ISM ภาคบริการ และ ADPภาคบริการเป็นส่วนใหญ่ของเศรษฐกิจสหรัฐ · ADP เป็นตัวเลขจ้างงานจากภาคเอกชนที่ออกก่อนตัวเลขทางการ 2 วัน
3 · ศุกร์ 7 ส.ค. · ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเป็นตัวใหญ่สุดของสัปดาห์ · ฝั่งทองคำและฝั่งคริปโตต่างบอกตรงกันว่ารอตัวนี้ · เฟดไม่ให้สัญญาณอะไรไว้สำหรับประชุม 15 ถึง 16 ก.ย. แปลว่าตัวเลขระหว่างนี้มีน้ำหนักมากขึ้น
4 · การเจรจากับอิหร่านที่กลับมาวันนี้เรื่องนี้พลิกสองรอบใน 3 วัน · สิ่งที่ควรดูไม่ใช่พาดหัว แต่คือปริมาณซื้อขายน้ำมันว่ากลับมาปกติไหมเมื่อตลาดหลักเปิด และเงื่อนไขเรื่องค่าผ่านช่องแคบที่เคยมีข้อเสนอ 20% จะกลับมาหรือไม่
5 · งบบริษัทค่ำนี้ Palantirตลาดคาดรายได้ 1,812 ล้านดอลลาร์และกำไรต่อหุ้น 0.35 ดอลลาร์ · เป็นหุ้นที่ราคาสะท้อนความคาดหวังสูง ตัวเลขที่ออกมาจึงมักไม่ใช่ประเด็นเท่ากับสิ่งที่ผู้บริหารพูดถึงข้างหน้า
6 · เส้นแบ่งใหม่ในกลุ่มเทคสัปดาห์ที่แล้วบริษัทที่โชว์รายได้จาก AI ได้จริงถูกซื้อ ส่วนที่ยังอธิบายไม่ได้ถูกขาย · สัปดาห์นี้มี AMD วันอังคาร เป็นด่านต่อไปของกลุ่มชิป
7 · เยนหลังการแทรกแซงร่วมคำถามไม่ใช่ว่าเยนแข็งขึ้นเท่าไรในวันนั้น แต่คือรักษาระดับได้กี่วัน · การแทรกแซงที่ตลาดไม่เชื่อ มักถูกทดสอบซ้ำภายในไม่กี่สัปดาห์
8 · ปลายเส้นยีลด์ถ้า 30 ปียังขึ้นต่อขณะที่ 2 ปีอยู่กับที่ แปลว่าตลาดกำลังคิดเรื่องอื่นที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยระยะสั้น · อันนี้เป็นเรื่องที่หุ้นกลุ่มที่ราคาอิงกำไรไกล ๆ ในอนาคตแพ้ทางที่สุด

ตัวเลขสรุปหน้าเดียว

ทองคำ

4,107.00

−1.29%

S&P 500

7,489.72

+0.70%

Nasdaq

25,373.85

+1.00%

พันธบัตร 10 ปี

4.75%

+7 จุด

บิตคอยน์

62,825.90

−2.93%

เยนต่อดอลลาร์

157.469

เยนแข็ง

โปร่งใสเรื่องตัวเลข: ทุกช่องด้านบนคือราคาปิดของวันศุกร์ที่ 31 ก.ค. ตามเวลาสหรัฐ ซึ่งเป็นวันทำการล่าสุด ไม่ใช่ราคาของเช้าวันจันทร์ · ช่องพันธบัตร 10 ปี เปรียบเทียบกับวันก่อนหน้าที่ 4.68% จึงเป็นบวก 7 จุดพื้นฐาน · ช่องเยนแสดงราคาปิดวันศุกร์ ส่วนรอบเอเชียเช้าวันจันทร์อยู่ที่ 156.394 ซึ่งเยนแข็งกว่านั้นอีก · ดัชนีดอลลาร์ DXY ไม่ได้อยู่ในตารางนี้ เพราะแหล่งข้อมูลฟรีที่เราใช้ไม่มีค่าล่าสุดให้ ตัวเลขที่มีคือ 101.35 ณ วันที่ 28 ก.ค. ซึ่งเก่าเกินกว่าจะเอามาวางคู่กับช่องอื่น · น้ำมัน WTI ไม่ได้อยู่ในตารางนี้ เพราะแหล่งข้อมูลปิดการเข้าถึงชุดข้อมูลนี้ตั้งแต่รอบเช้าวันนี้ เราจึงเปลี่ยนไปใช้เบรนต์แทนและระบุไว้ในการ์ดภูมิรัฐศาสตร์

แหล่งข้อมูลที่ใช้เรียบเรียงฉบับนี้

สิ่งที่เราตัดออกจากฉบับนี้และเหตุผล: ตัวเลขดัชนีตลาดเกาหลีใต้ เพราะข้อมูลสองชุดที่เราได้มาขัดกันเอง · ตัวเลขราคาบิตคอยน์จากบทวิเคราะห์ เพราะขัดกับราคาจริง · ตัวเลข AWS run rate และมาร์จิ้น กับตัวเลขกำไรและ backlog ของ Alphabet จากโพส X เพราะยังหาต้นทางยืนยันไม่ได้ · ราคาน้ำมัน WTI เพราะแหล่งข้อมูลปิดการเข้าถึงตั้งแต่รอบนี้ · ดัชนีดอลลาร์ DXY เพราะค่าล่าสุดที่มีคือวันที่ 28 ก.ค. เก่าเกินไป