ข่าวสงครามพลิกสองรอบใน 3 วัน แต่เรื่องที่ใหญ่กว่าอยู่ที่ปลายเส้นยีลด์
· 3 ส.ค. 2569
คำสั่งโจมตีอิหร่านถูกออกวันเสาร์ ถูกยกเลิกวันอาทิตย์ และเช้าวันจันทร์กลับเข้าโต๊ะเจรจา · น้ำมันเบรนต์ในตลาดเอเชียเช้านี้จึงลงราว 5% แต่ปริมาณซื้อขายบางมากจนยังเรียกว่าราคาปิดไม่ได้ · สิ่งที่เปลี่ยนแบบไม่พลิกกลับคือเส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตร ปลายยาวขึ้น 18 bps ในสามวันทำการขณะที่ปลายสั้นแทบไม่ขยับ · และญี่ปุ่นเพิ่งประกาศเช้านี้ว่าได้เข้าแทรกแซงค่าเงินร่วมกับกระทรวงการคลังสหรัฐไปแล้วเมื่อวันศุกร์
ภาพใหญ่ของวันนี้
- ข่าวอิหร่านพลิกสองรอบในสามวัน · 1 ส.ค. มีรายงานว่ามีการสั่งโจมตีระลอกใหม่ · 2 ส.ค. คำสั่งนั้นถูกยกเลิก หลังทั้งสองฝ่ายเข้าใกล้ที่เรียกว่า "กรอบของข้อตกลง" · เช้า 3 ส.ค. การเจรจากลับมาเดินต่อ · สามข่าวนี้เกิดใน 72 ชั่วโมง
- เงื่อนไขที่ปรากฏในรายงานคือ เปิดช่องแคบฮอร์มุซทันที เปิดเต็มรูปแบบ และไม่เก็บค่าผ่านทาง พร้อมกับยุติภัยคุกคามด้านนิวเคลียร์ · จุดที่ควรสังเกตคือข้อเสนอเก็บค่าผ่านทาง 20% ที่เคยถูกพูดถึงเมื่อ 13 ก.ค. หายไปจากเงื่อนไขรอบนี้
- ข้อควรระวังที่หนักที่สุดของฉบับนี้ · บันทึกความเข้าใจหยุดยิงเมื่อ 17 มิ.ย. เคยถูกละเมิดมาแล้ว · ข่าวดีรอบนี้จึงเป็นข่าวดีที่มีประวัติว่าเคยกลับทิศ
- น้ำมันเบรนต์ในรอบเอเชียเช้านี้อยู่ที่ 83.49 ดอลลาร์ เทียบราคาปิดวันศุกร์ที่ 87.93 คือลงราว 5% · แต่ปริมาณซื้อขายเพียง 6,372 สัญญา ซึ่งบางมาก · อ่านเป็นทิศทาง อย่าอ่านเป็นราคาปิด
- เรื่องที่ไม่พลิกกลับคือเส้นยีลด์ · จาก 28 ถึง 31 ก.ค. ยีลด์ 2 ปีขึ้นเพียง 2 bps แต่ 10 ปีขึ้น 14 bps และ 30 ปีขึ้น 18 bps · ส่วนต่าง 2 ปีกับ 10 ปีกว้างจาก 35 เป็น 47 bps ในสามวันทำการ · WSJ พาดหัวเรื่องนี้ว่า "Bear Steepener" ไม่ใช่ช่วงเวลาโกลดิล็อกส์ของหุ้น
- เฟดคงดอกเบี้ยที่ 3.50–3.75% เมื่อ 29 ก.ค. ด้วยมติ 9 ต่อ 3 · จุดที่ผิดปกติคือเสียงคัดค้านทั้งสามต้องการให้ "ขึ้น" ดอกเบี้ย ไม่ใช่ให้ลด · เป็นการประชุมครั้งที่สองของประธาน Kevin Warsh · แถลงการณ์สั้นผิดปกติและไม่ให้สัญญาณสำหรับการประชุม 15–16 ก.ย. · WSJ สรุปว่า "ช่วงฮันนีมูนของ Warsh กับตลาดพันธบัตรจบแล้ว"
- ญี่ปุ่นประกาศเช้าวันจันทร์ว่าได้เข้าซื้อเงินเยนร่วมกับกระทรวงการคลังสหรัฐไปแล้วเมื่อวันศุกร์ · การแทรกแซงค่าเงินแบบร่วมมือระหว่างสองประเทศเป็นเรื่องที่เกิดไม่บ่อย · เยนแข็งจากจุดสูงสุดของสัปดาห์ที่ 163.844 มาที่ 156.394 ในรอบเอเชียเช้านี้ คือราว 4.5%
- ดัชนีขึ้นแต่หุ้นส่วนใหญ่ลง · วันศุกร์ S&P 500 บวก 0.70% และ Nasdaq บวก 1.00% · แต่ถ้าเฉลี่ยแบบรายตัว กลุ่มเทคโนโลยีติดลบ 1.77% และอสังหาริมทรัพย์ติดลบ 3.32% · ตัวที่ยกดัชนีคือกลุ่มสื่อสารซึ่งบวก 3.48%
- สามบริษัทใหญ่เพิ่มมูลค่าตลาดรวมกันเกือบ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ในสัปดาห์เดียว · Microsoft เพิ่มราว 600,000 ล้าน ส่วน Amazon และ Alphabet เพิ่มบริษัทละราว 400,000 ล้าน · ขณะที่ Meta ลง 8% และสร้างสถิติลงต่อเนื่องยาวที่สุด · CNBC เรียกภาวะนี้ว่าธีม AI แตกเป็นสองฝั่ง
- เอเชียเช้าวันจันทร์เปิดในโทนลบ · Nikkei 225 ลบ 0.91% · Topix ลบเกิน 1% · ASX 200 แทบไม่ขยับ · Toyota ลงเกิน 5% ก่อนตัวเลขที่ตลาดคาดว่าจะเป็นกำไรจากการดำเนินงานที่ลดลงเป็นไตรมาสที่ห้าติดต่อกัน
- สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ตัวเลข · จันทร์ ISM ภาคผลิต · พุธ ADP และ ISM ภาคบริการ · ศุกร์ 7 ส.ค. การจ้างงานนอกภาคเกษตร · และ CPI วันพุธที่ 12 ส.ค. ในสัปดาห์ถัดไป
สรุปราคาย้อนหลัง 3 วัน
RECAP| สินทรัพย์ | 29 ก.ค. | 30 ก.ค. | 31 ก.ค. | คำอ่านภาษาชาวบ้าน |
|---|---|---|---|---|
| ทองคำ (สัญญาล่วงหน้า) | 4,036.30 | 4,160.60 | 4,107.00 | กระโดดขึ้นแล้วคืนกลับมาไม่ถึงครึ่ง · สามวันสุทธิยังบวกราว 71 ดอลลาร์ คือย่อหลังวิ่ง ไม่ใช่กลับทิศ |
| S&P 500 | 7,316.15 | 7,437.63 | 7,489.72 | ขึ้นสองวันติด รวม 173.57 จุด · ปิดเดือนที่จุดสูงสุดของช่วงสามวันนี้พอดี |
| Nasdaq | 24,442.94 | 25,122.18 | 25,373.85 | เด้งต่อเป็นวันที่สอง รวม 930.91 จุด · แต่เป็นการเด้งที่กระจุกในหุ้นไม่กี่ตัว ดูการ์ดตลาดหุ้นด้านล่าง |
| ยีลด์ 10 ปี | 4.67% | 4.68% | 4.75% | ขึ้นสามวันติด รวม 8 bps · วันศุกร์วันเดียวขึ้น 7 bps คือเกือบทั้งหมดของสามวัน |
| ยีลด์ 30 ปี | 5.20% | 5.21% | 5.27% | ขึ้นสามวันติด · เป็นระดับสูงสุดตั้งแต่ปี 2550 คือย้อนไปก่อนวิกฤตซับไพรม์ |
| Bitcoin | 63,920.00 | 64,721.90 | 62,825.90 | ขึ้นแล้วลงแรงกว่าที่ขึ้นมา · บิตคอยน์ซื้อขายเสาร์อาทิตย์ด้วย · 1 ส.ค. อยู่ที่ 62,764.20 และ 2 ส.ค. เด้งกลับเป็น 63,499.50 ก่อนจะอ่อนลงอีกครั้งในเช้าวันจันทร์ |
ทองคำ 4,115.4 ขยับขึ้นเล็กน้อยจากราคาปิดวันศุกร์ ปริมาณ 21,877 สัญญา · น้ำมันเบรนต์ 83.49 ต่ำกว่าราคาปิดวันศุกร์ราว 5% แต่ปริมาณเพียง 6,372 สัญญา · บิตคอยน์ 62,745 · เยนต่อดอลลาร์ 156.394 คือเยนแข็งต่อจากวันศุกร์ · ปริมาณซื้อขายที่บางแปลว่าราคาขยับง่ายด้วยคำสั่งไม่มาก ตัวเลขชุดนี้จึงบอกอารมณ์ตลาดเอเชีย ไม่ได้บอกว่าวันนี้จะจบอย่างไร
ภาพรวม 3 วัน: สามวันทำการล่าสุดยังเล่าเรื่องเดิม คือสินทรัพย์แยกทางกัน หุ้นขึ้น ทองย่อ บิตคอยน์แกว่ง · และมีของอย่างเดียวที่ขึ้นต่อเนื่องทั้งสามวันโดยไม่มีวันไหนพัก คือยีลด์พันธบัตร · สิ่งที่ฉบับนี้เพิ่มเข้ามาคือรูปร่างของการขึ้นนั้น · ปลายสั้นแทบไม่ขยับแต่ปลายยาวขึ้นแรง ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการที่ยีลด์ขึ้นทั้งเส้นเพราะตลาดคิดว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ย · รูปร่างแบบนี้มักสะท้อนความกังวลเรื่องเงินเฟ้อระยะยาวและปริมาณหนี้ที่รัฐต้องออก มากกว่าความกังวลเรื่องดอกเบี้ยระยะสั้น
ทองคำ
GOLD4,107.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (สัญญาล่วงหน้า)
−53.60 (−1.29%) จากราคาปิดวันก่อนหน้า 4,160.60 · ปิดวันศุกร์ที่ 31 ก.ค. · รอบเอเชียเช้าวันจันทร์อยู่ที่ 4,115.4
- เดือนกรกฎาคมเป็นเดือนแรกที่ทองปิดบวกนับตั้งแต่ช่วงสงครามสหรัฐกับอิหร่าน · แต่บวกเพียงราว 16 ดอลลาร์ ทั้งเดือน · Kitco อ่านว่านี่คือการพักฐาน ไม่ใช่การกลับตัวขึ้นรอบใหม่ · ตัวเลขที่บวกน้อยขนาดนี้บอกว่าแรงซื้อและแรงขายเกือบสมดุลกันตลอดเดือน
- ราคาสปอตกับราคาสัญญาล่วงหน้าห่างกันราว 56 ดอลลาร์ อย่าอ่านเป็นตัวเลขผิด · Kitco รายงานสปอตรอบบ่ายวันศุกร์ที่ 4,050.70 ลบ 1.27% ขณะที่สัญญาล่วงหน้าอยู่ที่ 4,107.00 · สปอตคือทองส่งมอบทันที ฟิวเจอร์สคือทองส่งมอบเดือนหน้า ราคาต่างกันได้ตามปกติ · หน้านี้ใช้ฟิวเจอร์สเป็นตัวยืนเพื่อให้เทียบวันต่อวันได้ตรงชุดกัน
- โปร่งใสเรื่องตัวเลข · ฉบับเมื่อวานพิมพ์ราคาสปอตไว้ที่ 4,048.40 ซึ่งเป็นค่าจากสแนปช็อตช่วงหนึ่งของบ่ายวันศุกร์ · รอบข้อมูลวันนี้ Kitco ให้ราคาปิดรอบบ่ายที่ 4,050.70 · ต่างกัน 2.30 ดอลลาร์และไม่เปลี่ยนข้อสรุปใด ๆ แต่เราแจ้งไว้ตรงนี้แทนที่จะแก้เงียบ
- โลหะเงินลงแรงกว่าทอง · ปิดที่ 57.75 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลบ 1.93% · เงินมักแกว่งแรงกว่าทองทั้งขาขึ้นและขาลงเพราะตลาดเล็กกว่าและมีความต้องการเชิงอุตสาหกรรมปนอยู่
- คนในวงการทองยังเห็นไม่ตรงกัน · ผลสำรวจรายสัปดาห์ของ Kitco รอบนี้ ฝั่งนักวิเคราะห์สถาบันยังแตกเป็นสามฝ่ายเกือบเท่ากัน ระหว่างมองขึ้น มองลง และมองออกข้าง · ส่วนฝั่งรายย่อย กลุ่มที่มองขึ้นเหลือเป็นเสียงส่วนน้อย · ทั้งสองกลุ่มระบุตรงกันว่ากำลังรอตัวเลขการจ้างงานวันศุกร์ที่ 7 ส.ค.
เฟดและดอกเบี้ย
FED+47 bps ส่วนต่างยีลด์ 2 ปีกับ 10 ปี
กว้างขึ้นจาก 35 bps เมื่อ 28 ก.ค. · ยีลด์ 30 ปีที่ 5.27% ยังสูงสุดตั้งแต่ปี 2550
- ตัวเลขสำคัญที่สุดของฉบับนี้ไม่ใช่ระดับยีลด์ แต่คือรูปร่างของมัน · จาก 28 ถึง 31 ก.ค. ยีลด์ 2 ปีขึ้นเพียง 2 bps จาก 4.26% เป็น 4.28% · แต่ 10 ปีขึ้น 14 bps จาก 4.61% เป็น 4.75% · และ 30 ปีขึ้น 18 bps จาก 5.09% เป็น 5.27%
- รูปแบบนี้มีชื่อเรียกว่า bear steepener · แปลง่าย ๆ คือปลายยาวขึ้นเร็วกว่าปลายสั้น · ต่างจากกรณีที่ยีลด์ขึ้นทั้งเส้นเพราะตลาดคิดว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ย เพราะกรณีนั้นปลายสั้นจะขึ้นนำ · เมื่อปลายสั้นนิ่งแต่ปลายยาววิ่ง มักสะท้อนความกังวลเรื่องเงินเฟ้อระยะยาวและปริมาณหนี้ที่รัฐต้องออกขาย มากกว่าเรื่องดอกเบี้ยนโยบาย
- WSJ พาดหัวรอบนี้ตรง ๆ ว่า "Bear Steepener" ไม่ใช่ช่วงเวลาโกลดิล็อกส์ของหุ้น · เหตุผลคือยีลด์ยาวเป็นตัวตั้งของอัตราคิดลดที่ใช้ประเมินมูลค่ากิจการที่กำไรอยู่ไกลออกไปในอนาคต ซึ่งก็คือกลุ่มเติบโตทั้งหมด
- การประชุม 29 ก.ค. คงดอกเบี้ยที่ 3.50–3.75% ด้วยมติ 9 ต่อ 3 · จุดที่ต้องอ่านให้ละเอียดคือ เสียงคัดค้านทั้งสามต้องการให้ขึ้นดอกเบี้ย · เสียงแตกสามเสียงในทิศทางเดียวกันไม่ใช่เรื่องปกติของเฟด
- เป็นการประชุมครั้งที่สองของประธาน Kevin Warsh ซึ่งรับตำแหน่งเมื่อ 22 พ.ค. · แถลงการณ์รอบนี้สั้นผิดปกติ และไม่ให้สัญญาณใด ๆ สำหรับการประชุม 15 ถึง 16 ก.ย. · WSJ สรุปประโยคเดียวว่าช่วงฮันนีมูนของ Warsh กับตลาดพันธบัตรจบลงแล้ว
เศรษฐกิจสหรัฐ
ECONOMY2.7% อัตราการออมของครัวเรือน
ต่ำที่สุดในรอบ 4 ปี · ตัวเลขเดือนมิถุนายน
- จีดีพีไตรมาส 2 โต 1.5% ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ 1.8% · ไม่ใช่ตัวเลขถดถอย แต่เป็นตัวเลขที่ช้ากว่าที่คนคาด · จุดที่ควรอ่านคู่กันคือมันช้าลงในช่วงเดียวกับที่ยีลด์ยาววิ่งขึ้น
- เงินเฟ้อพื้นฐาน Core PCE เดือนมิถุนายนขึ้น 0.1% จากเดือนก่อน และ 3.3% เทียบปีก่อน · ตัวเลขรายเดือนถือว่านิ่ง แต่ตัวเลขรายปีที่ 3.3% ยังห่างจากเป้าหมาย 2% ของเฟดพอสมควร · นี่คือเหตุผลเชิงตัวเลขที่ทำให้เสียงคัดค้านสามเสียงในเฟดขอให้ขึ้นดอกเบี้ย
- การใช้จ่ายโต 0.3% แต่อัตราการออมลงมาที่ 2.7% ซึ่งต่ำสุดในรอบสี่ปี · สองตัวนี้อ่านคู่กันแล้วได้ความหมายเดียว คือคนยังใช้จ่ายอยู่ แต่ใช้จากเงินที่เคยเก็บ ไม่ใช่จากรายได้ที่โตขึ้น · การใช้จ่ายที่มาจากการลดเงินออมมีเพดานในตัวมันเอง
- ปฏิทินสัปดาห์นี้ (เวลาสหรัฐ) · จันทร์ 3 ส.ค. S&P Global PMI ภาคผลิต 09:45 น. · Construction Spending และ ISM ภาคผลิต 10:00 น. · พุธ 5 ส.ค. ADP 08:15 น. และ ISM ภาคบริการ 10:00 น. · ศุกร์ 7 ส.ค. การจ้างงานนอกภาคเกษตร · และ CPI วันพุธที่ 12 ส.ค.
- อย่าสับสนสอง PMI · S&P Global กับ ISM ออกวันเดียวกันแต่ใช้วิธีสำรวจคนละแบบและมักให้ผลไม่ตรงกัน · ตัวที่ตลาดพันธบัตรให้น้ำหนักมากกว่าคือ ISM
ภูมิรัฐศาสตร์และน้ำมัน
GEOPOLITICS83.49 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (เบรนต์ รอบเอเชียเช้านี้)
ต่ำกว่าราคาปิดวันศุกร์ที่ 87.93 ราว 5% · ปริมาณเพียง 6,372 สัญญา จึงเป็นทิศทาง ไม่ใช่ราคาปิด
- ลำดับเหตุการณ์สามวันที่ควรเห็นเรียงกัน · 1 ส.ค. มีรายงานว่ามีการสั่งโจมตีระลอกใหม่ → 2 ส.ค. คำสั่งนั้นถูกยกเลิกหลังทั้งสองฝ่ายเข้าใกล้สิ่งที่เรียกว่ากรอบของข้อตกลง → 3 ส.ค. การเจรจากลับมาเดินต่อในวันจันทร์
- เงื่อนไขที่ปรากฏในรายงาน · เปิดช่องแคบฮอร์มุซทันที · เปิดเต็มรูปแบบ · ไม่เก็บค่าผ่านทาง · และยุติภัยคุกคามด้านนิวเคลียร์
- จุดที่หายไปคือจุดที่น่าสนใจ · เมื่อ 13 ก.ค. เคยมีการเสนอเก็บค่าผ่านช่องแคบ 20% · ข้อเสนอนั้นไม่ปรากฏในเงื่อนไขรอบนี้ · สำหรับตลาดน้ำมัน ค่าผ่านทางคือต้นทุนที่บวกเข้าไปในทุกบาร์เรลที่ผ่านช่องแคบ การที่มันหายไปมีน้ำหนักไม่น้อยกว่าข่าวยกเลิกการโจมตี
- ข้อควรระวังที่ต้องพูดให้ชัด · บันทึกความเข้าใจหยุดยิงเมื่อ 17 มิ.ย. เคยถูกละเมิดมาแล้ว · ข่าวดีรอบนี้จึงเป็นข่าวดีที่มีประวัติว่าเคยกลับทิศ · การที่ราคาน้ำมันลง 5% ในรอบเอเชียแปลว่าตลาดกำลังคิดเงินให้กับข่าวดีนี้แล้ว ซึ่งก็แปลว่าถ้าข่าวกลับทิศอีก ราคาก็มีที่ให้กลับเช่นกัน
- บันทึกเรื่องแหล่งข้อมูล · ราคาน้ำมันในหน้านี้ใช้เบรนต์ เพราะชุดข้อมูล WTI ถูกปิดการเข้าถึงในรอบนี้ · เบรนต์เป็นราคาอ้างอิงของน้ำมันที่ขนส่งทางทะเล ซึ่งตรงกับเรื่องช่องแคบฮอร์มุซมากกว่า WTI ที่อ้างอิงน้ำมันในแผ่นดินสหรัฐอยู่แล้ว
ค่าเงินและเยนญี่ปุ่น
FOREX156.394 เยนต่อดอลลาร์ (รอบเอเชียเช้านี้)
เยนแข็งต่อจากราคาปิดวันศุกร์ที่ 157.469 · แข็งจากจุดสูงสุดของสัปดาห์ที่ 163.844 มาแล้วราว 4.5%
- ข่าวใหญ่ที่สุดของการ์ดนี้ประกาศเช้าวันจันทร์ · กระทรวงการคลังญี่ปุ่นแถลงว่าได้เข้าซื้อเงินเยนร่วมกับกระทรวงการคลังสหรัฐ โดยดำเนินการไปแล้วเมื่อวันศุกร์ · การแทรกแซงค่าเงินที่สองประเทศทำร่วมกันเป็นเรื่องที่เกิดไม่บ่อย เพราะปกติประเทศที่ค่าเงินอ่อนจะทำฝ่ายเดียว
- ทำไมการทำร่วมกันจึงมีน้ำหนักต่างจากการทำฝ่ายเดียว · การแทรกแซงฝ่ายเดียวคือประเทศหนึ่งสู้กับตลาด · การแทรกแซงร่วมคือสองประเทศตกลงกันว่าระดับค่าเงินนี้เป็นปัญหาของทั้งคู่ · ตลาดจึงตีความว่าโอกาสที่จะมีรอบต่อไปสูงกว่า
- ลำดับค่าเงินห้าวันทำการล่าสุด · 163.718 → 163.844 → 163.391 → 159.497 → 157.469 และรอบเอเชียเช้านี้ 156.394 · จุดที่ต้องสังเกตคือการเปลี่ยนแปลงเกือบทั้งหมดกระจุกอยู่ในสามรอบสุดท้าย
- ปริมาณซื้อขายยืนยันว่าเป็นของจริง · ปริมาณซื้อขายเงินตราบนระบบ EBS เมื่อวันพฤหัสบดีสูงสุดในรอบสิบปี · และสัญญาล่วงหน้าเยนบน CME ทำสถิติสูงสุด · ตัวเลขปริมาณเป็นสิ่งที่แยกการเคลื่อนไหวที่มีเงินจริงหนุน ออกจากการแกว่งบาง ๆ แบบราคาน้ำมันเช้านี้
- BOJ คงดอกเบี้ยที่ 1% เมื่อ 31 ก.ค. ด้วยมติ 8 ต่อ 1 · ระดับ 1% เป็นระดับสูงสุดตั้งแต่ปี 2538 และเพิ่งขึ้นมาเมื่อ 16 มิ.ย. · สิ่งใหม่คือ BOJ เตือนว่าเงินเฟ้อพื้นฐานอาจเกิน 2% ซึ่งเปิดทางให้การประชุมครั้งหน้าถูกมองว่ามีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยจริง
- ข้อมูลที่ต้องติดป้ายวันที่ · ดัชนีดอลลาร์ที่ดึงได้ล่าสุดคือ 101.35 ณ วันที่ 28 ก.ค. ยูโรที่ 1.1393 และปอนด์ที่ 1.3288 · ตัวเลขชุดนี้เก่ากว่าตัวอื่นในหน้านี้สามวันทำการ เราจึงแสดงพร้อมวันที่และไม่นำไปเทียบกับเหตุการณ์วันศุกร์
ตลาดหุ้นและความกว้างของตลาด
MARKET−1.77% กลุ่มเทคโนโลยี เฉลี่ยแบบรายตัว
ในวันเดียวกับที่ Nasdaq ปิดบวก 1.00% · ตัวเลขวันศุกร์ที่ 31 ก.ค.
- ดัชนีขึ้นแต่หุ้นส่วนใหญ่ลง คือประโยคเดียวที่สรุปวันศุกร์ได้ · S&P 500 ปิด 7,489.72 บวก 0.70% และ Nasdaq ปิด 25,373.85 บวก 1.00% · แต่ถ้านับค่าเฉลี่ยแบบให้หุ้นทุกตัวมีน้ำหนักเท่ากัน ภาพกลับด้าน
- ผลตอบแทนเฉลี่ยรายตัวแยกตามกลุ่ม (วันศุกร์) · สื่อสาร +3.48% · สินค้าฟุ่มเฟือย +1.41% · พลังงาน +1.01% · วัตถุดิบ +0.63% · สินค้าจำเป็น +0.51% · การเงิน +0.34% · สุขภาพ +0.05% · อุตสาหกรรม −0.94% · สาธารณูปโภค −0.98% · เทคโนโลยี −1.77% · อสังหาริมทรัพย์ −3.32%
- แปลว่าอะไร · มีเพียงเจ็ดกลุ่มจากสิบเอ็ดที่บวก และกลุ่มที่ยกดัชนีขึ้นคือกลุ่มสื่อสารซึ่งมีบริษัทขนาดใหญ่ไม่กี่ตัวคุมน้ำหนักส่วนใหญ่ · ความกว้างของตลาดแคบ หมายถึงการขึ้นพึ่งพาหุ้นจำนวนน้อย ซึ่งเป็นข้อมูลเรื่องความเปราะบาง ไม่ใช่สัญญาณให้ทำอะไร
- ตัวเลขที่อธิบายความแคบนี้ · CNBC รายงานว่าในสัปดาห์เดียว Alphabet Amazon และ Microsoft เพิ่มมูลค่าตลาดรวมกันเกือบ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ · Microsoft เพิ่มราว 600,000 ล้าน ส่วนอีกสองบริษัทเพิ่มบริษัทละราว 400,000 ล้าน
- แต่ในสัปดาห์เดียวกัน Meta ลง 8% และทำสถิติลงต่อเนื่องยาวที่สุดของบริษัท · CNBC เรียกภาวะนี้ว่าธีม AI แตกเป็นสองฝั่ง · ฝั่งที่ตลาดให้รางวัลคือฝั่งที่รายได้จากคลาวด์โตจริง ส่วนฝั่งที่ถูกลงโทษคือฝั่งที่ใช้เงินลงทุนหนักแต่ยังไม่เห็นรายได้กลับมา
- เอเชียเช้าวันจันทร์ · Nikkei 225 −0.91% · Topix ลบเกิน 1% · ASX 200 แทบไม่ขยับ · Toyota ลงเกิน 5% ก่อนตัวเลขที่ตลาดคาดว่าจะเป็นกำไรจากการดำเนินงานที่ลดลงเป็นไตรมาสที่ห้าติดต่อกัน · เยนที่แข็ง 4.5% ในสามรอบซื้อขายเป็นตัวแปรตรงของผู้ส่งออกญี่ปุ่น
- สิ่งที่เราตัดออกอย่างตั้งใจ · ตัวเลขตลาดเกาหลีในรอบข้อมูลวันนี้ขัดกันเอง ระหว่างสองชุด จึงไม่นำมาลงในหน้านี้ · เราเลือกไม่ลงมากกว่าลงตัวเลขที่ตรวจไม่ผ่าน
งบบริษัทใหญ่และต้นทุนของการสร้าง AI
EARNINGSAmazon · ไตรมาส 2 (รายงาน 30 ก.ค.)
- AWS โต 37% เทียบปีก่อน เทียบที่ตลาดคาดไว้ 31% · เป็นอัตราการโตที่เร็วที่สุดตั้งแต่ปี 2564
- ธุรกิจ AI ของ AWS และหน่วยผลิตชิปของบริษัท มีขนาดเกิน 25,000 ล้านดอลลาร์ต่อปีทั้งคู่ และโตขึ้นเกินเท่าตัวจากปีก่อน
- ราคาหุ้นบวกเกิน 10% ในการซื้อขายนอกเวลาทำการ
- จุดที่ต้องอ่านคู่กัน · บริษัทปรับงบลงทุนปี 2569 ขึ้นเป็น 220,000 ล้านดอลลาร์ · เหตุผลที่ให้ไว้คือต้นทุนหน่วยความจำ · และซีอีโอระบุว่าจะมีการใช้จ่ายเพิ่มอีก
Microsoft · ไตรมาส 4 ปีบัญชี (รายงาน 29 ก.ค.)
- รายได้ 90,010 ล้านดอลลาร์ เทียบที่ตลาดคาดไว้ 87,620 ล้าน
- Azure โต 43% เมื่อคิดที่อัตราแลกเปลี่ยนคงที่
- รายได้ Azure ปีบัญชี 2569 ทะลุ 100,000 ล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรก
- ราคาหุ้นบวก 15% ตลอดสัปดาห์
อีกด้านของเหรียญเดียวกัน
- CNBC เมื่อ 31 ก.ค. สรุปธีมของฤดูกาลงบรอบนี้ว่า เงินสดร่อยหรอลงและต้นทุนหน่วยความจำพุ่ง ทำให้ป้ายราคาของการสร้าง AI กำลังบวม
- ก่อนหน้านั้นเมื่อ 28 ก.ค. CNBC รายงานว่านักลงทุนเข้าสู่สัปดาห์งบด้วยความระมัดระวัง หลังผลประกอบการของ Alphabet จุดชนวนแรงขายในกลุ่มผู้ให้บริการคลาวด์ขนาดใหญ่ เพราะตลาดเริ่มตรวจสอบงบลงทุนเข้มขึ้น
- Meta ลง 8% และทำสถิติลงต่อเนื่องยาวที่สุด ในสัปดาห์เดียวกับที่อีกสามบริษัทเพิ่มมูลค่าเกือบ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์
- เส้นแบ่งที่ตลาดใช้ในรอบนี้จึงไม่ใช่ "ใครทำ AI" แต่คือ "ใครแสดงรายได้จาก AI ได้แล้ว" · ทั้ง AWS และ Azure มีตัวเลขรายได้ที่นับได้ ส่วนบริษัทที่ยังอยู่ในช่วงลงทุนล้วน ๆ ถูกตลาดคิดเงินอีกแบบ
ปฏิทินผลประกอบการ 3 ถึง 5 ส.ค.
ตัวเลขในตารางคือค่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ล่วงหน้า ไม่ใช่ผลจริง · มีไว้ให้เห็นว่าตลาดตั้งเกณฑ์ไว้ตรงไหน · การที่บริษัททำได้เกินหรือต่ำกว่าเกณฑ์นี้คือสิ่งที่มักทำให้ราคาขยับ ไม่ใช่ตัวเลขกำไรเปล่า ๆ
| วันที่ | บริษัท | กำไรต่อหุ้นที่คาด | รายได้ที่คาด |
|---|---|---|---|
| จ. 3 ส.ค. | Palantir $PLTR | 0.35 | 1,812 ล้าน |
| จ. 3 ส.ค. | Snap $SNAP | −0.122 | 1,539 ล้าน |
| อ. 4 ส.ค. | AMD $AMD | 1.61 | 11,306 ล้าน |
| อ. 4 ส.ค. | Pfizer $PFE | 0.68 | 14,399 ล้าน |
| อ. 4 ส.ค. | Pinterest $PINS | 0.357 | 1,148 ล้าน |
| อ. 4 ส.ค. | Energy Transfer $ET | 0.380 | 27,712 ล้าน |
| อ. 4 ส.ค. | Lucid $LCID | −2.34 | 405 ล้าน |
| พ. 5 ส.ค. | Uber $UBER | 0.83 | 14,238 ล้าน |
| พ. 5 ส.ค. | Disney $DIS | 1.89 | 25,392 ล้าน |
| พ. 5 ส.ค. | Shopify $SHOP | 0.39 | 3,388 ล้าน |
| พ. 5 ส.ค. | Roku $ROKU | 0.605 | 1,298 ล้าน |
| พ. 5 ส.ค. | Etsy $ETSY | 0.747 | 646 ล้าน |
| พ. 5 ส.ค. | Riot Platforms $RIOT | −0.287 | 154 ล้าน |
| พ. 5 ส.ค. | Catalyst Pharma $CPRX | 0.48 | 156 ล้าน |
ชั้นกระแส · เขาคุยอะไรกันใน X เมื่อวาน X LAYER
ส่วนนี้คือ เสียงจากตลาด ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ตรวจแล้วทั้งหมด · ยกโพสมาดิบ ๆ พร้อมลิงก์ต้นทางทุกโพส เพื่อให้ตรวจเองได้ · โพสไหนที่เราเทียบกับข้อมูลจริงแล้วตรง จะติด ตรวจแล้ว · โพสไหนที่ยังหาข้อมูลยืนยันไม่ได้ จะติด ธง และเราจะไม่เอาตัวเลขนั้นไปใช้ที่อื่นในหน้านี้ · เก็บจาก 4 บัญชี รวม 31 โพส เมื่อวานที่ 2 ส.ค. 2569
@StockSavvyShay · 13 โพสเมื่อวาน
- [02/08 09:15 ไทย] ทรัมป์สั่งยกเลิกการโจมตีอิหร่าน และอ้างว่าช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดเต็มรูปแบบ
ต้นทาง
ตรวจแล้ว: ตรงกับรายงาน CNBC วันที่ 2 ส.ค. เรื่องยกเลิกคำสั่งโจมตีหลังได้ "เค้าโครงของข้อตกลง" - [02/08 22:47 ไทย] $RKLB น่าจะพลิกมีกำไรในปี 2027 หลังดีล $IRDM รวมกันได้กำไรราว 140 ล้านดอลลาร์
ต้นทาง
ธง: เป็นการคาดการณ์ล่วงหน้าของผู้โพสเอง ยังไม่มีงบยืนยัน - [02/08 21:42 ไทย] ยกปฏิทินงบสัปดาห์นี้ว่าเป็น "สัปดาห์ใหญ่ของหุ้นเติบโต"
ต้นทาง
ตรวจแล้ว: ตรงกับปฏิทินงบด้านบนของหน้านี้ - [02/08 19:57 ไทย] $AMZN จะแตะรายได้ปีละ 1 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2028 อ้าง AWS run rate 169,000 ล้าน โต 37% มาร์จิ้น 39%
ต้นทาง
ตรวจแล้ว (เฉพาะบางส่วน): ตัวเลขโต 37% ตรงกับ CNBC ธง: run rate 169,000 ล้าน และมาร์จิ้น 39% เรายังหาต้นทางยืนยันไม่ได้ จึงไม่นำไปใช้ที่อื่นในหน้านี้ - [02/08 21:04 ไทย] $GOOGL ทำกำไรไตรมาสสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เป็นครั้งแรกที่กำไรสุทธิเกิน 100,000 ล้าน โดยให้เครดิตมูลค่าการถือหุ้นใน $SPCX และ Anthropic พร้อมระบุ backlog โตราว 5 เท่าเป็น 514,000 ล้าน
ต้นทาง
ธง: ตัวเลขชุดนี้เรายังยืนยันไม่ได้จากแหล่งข่าวหลัก จึงไม่นำไปใช้ในการ์ดอื่น - [02/08 16:56 ไทย] SoFi จำนวนสมาชิกโต 518% ใน 5 ปี ขณะที่ราคาหุ้นยังติดลบ 21% ธง: ยังไม่ verify
- [02/08 19:03 ไทย] $ASTS ดาวเทียม BlueBird ได้บันทึกกินเนสส์ว่าเป็นแผงสื่อสารเชิงพาณิชย์ที่ใหญ่ที่สุดในวงโคจรต่ำ ธง: ยังไม่ verify
ธีมที่บัญชีนี้พูดถึงมากสุด: งบการเงิน 4 โพส · AI และเทคโนโลยี 4 โพส · คริปโต 1 โพส
$TICKER ที่ปรากฏในบัญชีนี้: $ALAB $AMD $AMZN $ANET $APP $ASTS $AVGO $CIFR $CLPT $DOCN $DUOL $EOSE $GOOGL $GRAB $HUT $IONQ $IRDM $KTOS $MELI $ON $OPEN $OSS $PLTR $PRCT $RKLB $SHOP $SNAP $SNDK $SPCX $TMDX $UBER $VOYG $VPG $WGS $ZETA
@TechCharts · 11 โพสเมื่อวาน
- [02/08 13:01 ไทย] บิตคอยน์ "ข่าวดีอย่างเดียวที่มีตอนนี้" คือถ้าวิ่งเร็วขึ้นไปถึงบริเวณ 67.2K จะทำให้รูปแบบกลับตัวระยะสั้นสมบูรณ์
ต้นทาง
ธง: เป็นการอ่านกราฟของผู้โพส ไม่ใช่ข้อเท็จจริง และเราไม่ใช้เป็นเป้าราคา - [02/08 13:06 ไทย] อีเธอเรียมยังยืนเหนือแนวรับแนวนอนเดิมได้
- [02/08 13:07 ไทย] คู่ ETH ต่อ BTC ทำจุดสูงใหม่และจุดต่ำที่สูงขึ้นหลังผ่านแนวต้าน
- [02/08 15:01 ไทย] $EEM เทียบ $SPY เด้งจากแนวรับที่แข็ง แท่งรายสัปดาห์มีไส้ล่างยาว
- [02/08 13:18 และ 13:31 ไทย] แนวคิดเรื่องการลากเส้น: เส้นแนวนอนอยู่ได้ข้ามปี ส่วนเส้นทแยงเหมือนการมองเห็นรูปร่างในก้อนเมฆ · เส้นแนวนอนมีไว้บอก "จุดที่ความคิดเดิมผิด" ไม่ใช่บอกว่าราคาจะไปถึงไหน
บัญชีต้นทาง
ตรงกับหลักที่เราใช้: ในหน้านี้เส้นทุกเส้นคือ "ระดับที่ตลาดจับตา" ไม่ใช่คำแนะนำซื้อขาย
ธีมที่บัญชีนี้พูดถึงมากสุด: คริปโต 5 โพส · AI และเทคโนโลยี 1 โพส · เงินเฟ้อ 1 โพส
$TICKER ที่ปรากฏในบัญชีนี้: $EEM $SPY
@InvestingVisual · 6 โพสเมื่อวาน
- [02/08 20:54 ไทย] พรีวิวงบ $PLTR คาดรายได้ 1,810 ล้านดอลลาร์ โต 80% และกำไรต่อหุ้น 0.35 ดอลลาร์ โต 116%
ต้นทาง
ตรวจแล้ว: ตรงกับปฏิทินงบที่เราดึงมาเอง (1,812 ล้าน และ 0.35 ดอลลาร์) นี่คือตัวอย่างของโพสที่ตัวเลขเชื่อถือได้ - โพสอื่นของบัญชีนี้เป็นภาพรวมงบและธีมเทคโนโลยี ไม่มีตัวเลขที่ต้อง verify เพิ่ม
ธีมที่บัญชีนี้พูดถึงมากสุด: งบการเงิน 4 โพส · AI และเทคโนโลยี 3 โพส · น้ำมัน 1 โพส
$TICKER ที่ปรากฏในบัญชีนี้: $AAOI $ABNB $ALAB $AMD $ANET $APP $ASML $AXON $CELH $DDOG $GOOGL $MELI $META $PLTR $SHOP $SNDK $SPCX $TSM $ZETA
@Speculator_io · 1 โพสเมื่อวาน
- [03/08 04:37 ไทย] ปฏิทินงบสัปดาห์นี้ · จันทร์ ก่อนเปิด $TWST $MAR $L / หลังปิด $PLTR $STRL $ICHR $POWL $BLZE · อังคาร ก่อนเปิด $DOCN $TSEM $HUT $CIFR $CAT / หลังปิด $AMD $ANET $ALAB $BKNG · พุธ ก่อนเปิด $LLY $SHOP $UBER $DIS
ต้นทาง
ตรวจแล้ว: ชื่อและวันตรงกับปฏิทินงบด้านบน
ธีมที่บัญชีนี้พูดถึงมากสุด: งบการเงิน 1 โพส
$TICKER ที่ปรากฏในบัญชีนี้: $ALAB $AMD $ANET $BKNG $BLZE $CAT $CIFR $DIS $DOCN $HUT $ICHR $L $LLY $MAR $PLTR $POWL $SHOP $STRL $TSEM $TWST $UBER
จุดที่ชั้นกระแสขัดกับข้อมูลจริง
1 · ตัวเลขบิตคอยน์ บทวิเคราะห์ฝั่งคริปโตที่เราอ่านเมื่อวานพูดถึงระดับ 59,000 และ 58,000 ดอลลาร์ แต่ราคาที่เราดึงเองปิดวันศุกร์ที่ 62,825.9 และเช้าวันจันทร์อยู่ราว 62,745 · เราจึงตัดตัวเลขชุดนั้นทิ้ง เก็บเฉพาะธีมที่เขาพูดถึง
2 · ตัวเลข AWS run rate 169,000 ล้าน และมาร์จิ้น 39% จากโพส X ไม่มีต้นทางยืนยัน ส่วนที่ยืนยันได้คือการเติบโต 37% ที่ตรงกับ CNBC · เราใช้เฉพาะ 37%
3 · ตัวเลขกำไรของ Alphabet เกิน 100,000 ล้าน และ backlog 514,000 ล้าน เราหาต้นทางยืนยันไม่ได้ในรอบนี้ จึงไม่นำไปเขียนในการ์ดข่าวใด ๆ ปรากฏเฉพาะในชั้นกระแสนี้พร้อมธง
กวาด $TICKER ครบทุกตัวที่ปรากฏในชั้นกระแสวันนี้ (57 รายการ)
หุ้นรายตัว 55 ตัว: $AAOI $ABNB $ALAB $AMD $AMZN $ANET $APP $ASML $ASTS $AVGO $AXON $BKNG $BLZE $CAT $CELH $CIFR $CLPT $DDOG $DIS $DOCN $DUOL $EOSE $GOOGL $GRAB $HUT $ICHR $IONQ $IRDM $KTOS $L $LLY $MAR $MELI $META $ON $OPEN $OSS $PLTR $POWL $PRCT $RKLB $SHOP $SNAP $SNDK $SPCX $STRL $TMDX $TSEM $TSM $TWST $UBER $VOYG $VPG $WGS $ZETA
กองทุนรวมดัชนี ETF 2 ตัว: $SPY $EEM · แยกไว้ต่างหากเพราะเป็นตะกร้า ไม่ใช่หุ้นรายตัว
ที่มีชื่ออยู่ในปฏิทินงบสัปดาห์นี้: $PLTR $SNAP $AMD $DIS $SHOP $UBER $ICHR $POWL $BLZE $STRL $TWST $MAR $L $DOCN $TSEM $HUT $CIFR $CAT $ANET $ALAB $BKNG $LLY
ธีมร่วมที่เห็นชัดที่สุดเมื่อวาน: ปฏิทินงบสัปดาห์นี้ถูกพูดถึงจาก 3 ใน 4 บัญชี · รองลงมาคือกลุ่มชิปและโครงสร้างพื้นฐาน AI · แล้วจึงเป็นคริปโตที่โทนเปลี่ยนจากบวกเป็นระวัง
คริปโต · ราคายังอยู่ในกรอบ แต่คนที่ซื้อผ่านกองทุนเริ่มถอนออก CRYPTO
62,825.90 −2.93%
บิตคอยน์ปิดวันศุกร์ที่ 62,825.90 ดอลลาร์ ลดลง 2.93% จากวันก่อนหน้า · เสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาราคาแกว่งในกรอบแคบ วันเสาร์ที่ 1 ส.ค. อยู่ที่ 62,764.20 วันอาทิตย์ที่ 2 ส.ค. ขึ้นไป 63,499.50 แล้วเช้าวันจันทร์กลับมาราว 62,745 · จุดสูงสุดของสัปดาห์คือวันพฤหัสที่ 30 ก.ค. ที่ 64,721.90
บิตคอยน์เป็นสินทรัพย์เดียวในหน้านี้ที่มีราคาต่อเนื่องตลอดเสาร์อาทิตย์ ตัวอื่นหยุดพักตามตลาดหุ้นและตลาดสินค้าโภคภัณฑ์
ธีมที่ฝั่งคริปโตพูดถึงกันเมื่อวาน · หนึ่ง เงินไหลออกจากกองทุน ETF ที่ถือบิตคอยน์จริงเพิ่มขึ้น · สอง สัญญาออปชันที่หมดอายุรอบล่าสุดฝั่งที่เดิมพันขาลงหนากว่าฝั่งขาขึ้น · สองข้อนี้รวมกันถูกอ่านว่าแรงซื้อจากสถาบันกำลังแผ่วลง · สาม ดอลลาร์ที่แข็งกดดันราคา · สี่ ส่วนต่างของผลตอบแทนที่คาดหวังกำลังเอียงไปทางหุ้นเทคโนโลยีมากกว่า
ด้านที่เป็นบวกในมุมของเขา คือเครื่องมือวัดแรงเหวี่ยงของราคาแสดงสัญญาณที่ต่างจากราคา คือราคาลงแต่เครื่องมือไม่ลงตาม ซึ่งไม่เคยเห็นในรอบที่ราคาลงก่อนหน้าของปีนี้ · เรายกมาให้เห็นว่าเขาใช้อะไรคิด ไม่ได้แปลว่าจะเป็นจริง
ตัวแปรที่เขาบอกว่าจะชี้ทางต่อ คือตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐปลายสัปดาห์นี้ และความคืบหน้าของการเจรจากับอิหร่าน · สังเกตว่าทั้งสองเรื่องไม่ใช่เรื่องของคริปโตเอง แต่เป็นเรื่องมหภาคทั้งคู่
สิ่งที่เราตัดทิ้ง: บทวิเคราะห์ที่เราอ่านอ้างระดับราคา 59,000 และ 58,000 ดอลลาร์ ซึ่งขัดกับราคาจริงที่เราดึงมาเอง เราจึงเก็บเฉพาะธีมและตัดตัวเลขออก
อ่านเรื่องนี้ด้วยหลักจากหนังสือ: Howard Marks · The Most Important Thing บทที่ 8 เรื่องการใส่ใจวัฏจักร · ประโยคสำคัญของบทนี้คือ ไม่มีอะไรขึ้นตลอดหรือลงตลอด สิ่งที่ควรถามคือตอนนี้เราอยู่ตรงไหนของวงจร ไม่ใช่ราคาจะไปเท่าไร
ศัพท์วันนี้ · แปลภาษาชาวบ้าน VOCAB
ใส่เฉพาะคำที่โผล่ในข่าววันนี้จริง ๆ ไม่ยัดศัพท์จากตำรา · แต่ละคำผูกกับข่าวในหน้านี้ว่าเจอที่ไหน
ระดับที่ตลาดจับตา LEVELS
ตารางนี้ไม่ใช่คำแนะนำซื้อขาย และไม่ใช่การทำนายราคา · เป็นเพียงการรวบรวมว่าตัวเลขไหนถูกพูดถึงหรือถูกทำไว้จริงในสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อให้รู้ว่าถ้าราคาผ่านจุดนั้นแล้วข่าวจะเปลี่ยนโทน · ทุกช่องมีที่มาระบุไว้ ตรวจย้อนได้
| สินทรัพย์ | ล่าสุด | เส้นด้านล่าง | เส้นด้านบน | ที่มาของเส้น |
|---|---|---|---|---|
| ทองคำ | 4,107.00 | 4,036.30 | 4,160.60 | จุดต่ำและจุดสูงของราคาปิด 3 วันทำการล่าสุด 29 ถึง 31 ก.ค. |
| พันธบัตร 10 ปี | 4.75 | 4.61 | 4.75 | ช่วงของ 5 วันทำการล่าสุด 27 ถึง 31 ก.ค. · ตอนนี้อยู่ที่ขอบบนของช่วงพอดี |
| พันธบัตร 30 ปี | 5.27 | 5.09 | 5.27 | ช่วงของ 5 วันทำการล่าสุด · สื่ออ้างว่าใกล้ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 |
| เยนต่อดอลลาร์ | 156.394 | 156.394 | 163.844 | ช่วงของ 5 วันทำการล่าสุด · ตอนนี้อยู่ที่ขอบล่างสุด คือเยนแข็งสุดของช่วง |
| บิตคอยน์ | 62,825.90 | 62,745.00 | 64,721.90 | จุดต่ำเช้าวันจันทร์ และจุดสูงของสัปดาห์ที่ทำไว้วันพฤหัสที่ 30 ก.ค. |
| น้ำมันเบรนต์ | 83.49 | 83.49 | 87.93 | ราคาปิดวันศุกร์เทียบกับราคารอบเอเชียเช้าวันจันทร์ · ⚠️ ตัวเช้านี้ปริมาณซื้อขายบางมากเพียง 6,372 สัญญา |
อ่านตารางนี้ยังไง: เส้นในตารางเกิดจากราคาที่ตลาดทำไว้จริงในสัปดาห์ที่แล้วเท่านั้น ไม่ได้มาจากการลากเส้นเทคนิคหรือการคำนวณเป้าใด ๆ · เจตนาของตารางคือให้เห็นว่า "ตอนนี้อยู่ตรงไหนของกรอบที่เพิ่งเกิด" ซึ่งเป็นข้อมูลคนละอย่างกับ "ราคาจะไปทางไหนต่อ"
จับตาสัปดาห์นี้ WATCH
ตัวเลขสรุปหน้าเดียว
ทองคำ
4,107.00
−1.29%
S&P 500
7,489.72
+0.70%
Nasdaq
25,373.85
+1.00%
พันธบัตร 10 ปี
4.75%
+7 จุด
บิตคอยน์
62,825.90
−2.93%
เยนต่อดอลลาร์
157.469
เยนแข็ง
โปร่งใสเรื่องตัวเลข: ทุกช่องด้านบนคือราคาปิดของวันศุกร์ที่ 31 ก.ค. ตามเวลาสหรัฐ ซึ่งเป็นวันทำการล่าสุด ไม่ใช่ราคาของเช้าวันจันทร์ · ช่องพันธบัตร 10 ปี เปรียบเทียบกับวันก่อนหน้าที่ 4.68% จึงเป็นบวก 7 จุดพื้นฐาน · ช่องเยนแสดงราคาปิดวันศุกร์ ส่วนรอบเอเชียเช้าวันจันทร์อยู่ที่ 156.394 ซึ่งเยนแข็งกว่านั้นอีก · ดัชนีดอลลาร์ DXY ไม่ได้อยู่ในตารางนี้ เพราะแหล่งข้อมูลฟรีที่เราใช้ไม่มีค่าล่าสุดให้ ตัวเลขที่มีคือ 101.35 ณ วันที่ 28 ก.ค. ซึ่งเก่าเกินกว่าจะเอามาวางคู่กับช่องอื่น · น้ำมัน WTI ไม่ได้อยู่ในตารางนี้ เพราะแหล่งข้อมูลปิดการเข้าถึงชุดข้อมูลนี้ตั้งแต่รอบเช้าวันนี้ เราจึงเปลี่ยนไปใช้เบรนต์แทนและระบุไว้ในการ์ดภูมิรัฐศาสตร์
แหล่งข้อมูลที่ใช้เรียบเรียงฉบับนี้
- ราคาปิด ดัชนี ผลตอบแทนพันธบัตร ภาพรวมกลุ่มอุตสาหกรรม และปฏิทินงบ · ดึงจากฐานข้อมูลราคาสาธารณะ ณ เช้าวันที่ 3 ส.ค. 2569
- ทองคำและโลหะเงิน · Kitco รายงานราคาปิดตลาดนิวยอร์กวันที่ 31 ก.ค.
- งบ Amazon ไตรมาส 2 · CNBC และ CNBC ฉบับเจาะ AWS
- งบ Microsoft ไตรมาส 4 ปีบัญชี · CNBC และ CNBC ฉบับเทียบกับ Meta
- มูลค่าตลาดกลุ่มเทคที่เพิ่มขึ้นในสัปดาห์เดียว · CNBC
- ประเด็นเงินสดและต้นทุนหน่วยความจำในกลุ่มเทค · CNBC 31 ก.ค. และ CNBC 28 ก.ค.
- ธีมฝั่งคริปโต · Cointelegraph และ Cointelegraph อีกฉบับ · ตัวเลขราคาในสองบทความนี้ขัดกับราคาจริงที่เราดึงมา เราจึงใช้เฉพาะธีม
- ชั้นกระแส X · 4 บัญชี รวม 31 โพส ของวันที่ 2 ส.ค. 2569 · ลิงก์ต้นทางรายโพสอยู่ในการ์ดชั้นกระแสด้านบน
- พาดหัวและมุมมองเรื่องเส้นยีลด์ · The Wall Street Journal ฉบับวันที่ 31 ก.ค.
สิ่งที่เราตัดออกจากฉบับนี้และเหตุผล: ตัวเลขดัชนีตลาดเกาหลีใต้ เพราะข้อมูลสองชุดที่เราได้มาขัดกันเอง · ตัวเลขราคาบิตคอยน์จากบทวิเคราะห์ เพราะขัดกับราคาจริง · ตัวเลข AWS run rate และมาร์จิ้น กับตัวเลขกำไรและ backlog ของ Alphabet จากโพส X เพราะยังหาต้นทางยืนยันไม่ได้ · ราคาน้ำมัน WTI เพราะแหล่งข้อมูลปิดการเข้าถึงตั้งแต่รอบนี้ · ดัชนีดอลลาร์ DXY เพราะค่าล่าสุดที่มีคือวันที่ 28 ก.ค. เก่าเกินไป