ข่าวรายวัน · ฉบับเช้า

ตลาดพันธบัตรเลือกฟังน้ำมันดังกว่าฟัง ISM
· 4 ส.ค. 2569

ข่าวยกเลิกแผนโจมตีอิหร่านทำให้น้ำมันดิ่งกว่า 6 เปอร์เซ็นต์ ดันดาวโจนส์ปิดนิวไฮและกดยีลด์ลงทั้งเส้น ในวันเดียวกับที่ ISM ภาคผลิตออกมาสูงสุดในรอบสี่ปี ซึ่งเป็นข้อมูลที่เข้าทางฝั่งขึ้นดอกเบี้ย ตลาดพันธบัตรจึงเลือกฟังน้ำมันดังกว่าฟัง ISM

อัปเดต: 4 ส.ค. 2569 เช้า (เวลาไทย) · ผู้จัดทำ: เดชากร [กลต.043827]
อ่านตัวเลขในหน้านี้อย่างไร: วันนี้คือเช้าวันอังคารที่ 4 สิงหาคมตามเวลาไทย ตัวเลขดัชนี สินค้าโภคภัณฑ์ ยีลด์ และค่าเงินทั้งหมดในหน้านี้คือ ราคาปิดของวันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม ไม่ใช่ราคาสด · มีเพียงบิตคอยน์ที่เป็นตลาดต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง จึงเป็นตัวเดียวที่ตัวเลขเดินตลอด · ราคาที่ท่านเห็นบนหน้าจอตอนอ่านอาจต่างจากนี้แล้ว

ภาพใหญ่วันนี้

สรุปราคาย้อนหลัง 3 วัน

RECAP
ตารางนี้ไม่ได้บอกว่าราคาจะไปทางไหน แต่บอกว่า สามวันที่ผ่านมาราคาเดินมาอย่างไร เพื่อให้เห็นว่าตัวเลขวันนี้อยู่ตรงไหนของเส้นทาง · วันเสาร์ที่ 1 และวันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคมตลาดหุ้นและพันธบัตรปิดทำการ ตารางจึงข้ามจากศุกร์ 31 ก.ค. ไปจันทร์ 3 ส.ค. โดยตรง มีเพียงบิตคอยน์ที่มีราคาต่อเนื่อง
สินทรัพย์ พฤ. 30 ก.ค. ศ. 31 ก.ค. จ. 3 ส.ค. อ่านแบบภาษาชาวบ้าน
ทองคำ (ดอลลาร์/ออนซ์)4,160.604,107.004,090.50ย่อลงต่อเนื่องสามครั้งติด แต่ละครั้งย่อน้อยลง จาก 53 ดอลลาร์เหลือ 16 ดอลลาร์ เหมือนแรงขายเริ่มเบาลง
S&P 5007,437.637,489.727,600.50ขึ้นสามครั้งติด และครั้งล่าสุดขึ้นแรงที่สุด ตอนนี้ห่างจุดสูงสุดเดิมต้นเดือนมิถุนายนราว 0.3 เปอร์เซ็นต์
แนสแดก คอมโพสิต25,122.1825,373.8525,913.90ขึ้นแรงกว่า S&P ทั้งสองวัน แปลว่าเงินไหลกลับเข้ากลุ่มเทคเป็นพิเศษ
พันธบัตรสหรัฐ 10 ปี (%)4.684.754.70ขึ้นแล้วลง สุทธิสามวันแทบไม่ขยับ ยีลด์ยังวนอยู่แถว 4.7 เท่านั้น
บิตคอยน์ (ดอลลาร์)64,721.9062,825.9063,496.01ลงแรงศุกร์แล้วค่อยไต่กลับช่วงสุดสัปดาห์ วันจันทร์แทบไม่ขยับแต่ปริมาณซื้อขายพุ่งขึ้นราว 65 เปอร์เซ็นต์
ภาพรวม 3 วัน: สินทรัพย์เสี่ยง (หุ้น) ขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ของหลบภัย (ทองคำ) ย่อลงต่อเนื่อง ยีลด์วนที่เดิม และบิตคอยน์ทรงตัวแต่มีคนซื้อขายกันคึกคักขึ้นมาก · การที่ทองย่อน้อยลงเรื่อย ๆ กับการที่บิตคอยน์นิ่งบนวอลุ่มที่สูงขึ้น เป็นสองสัญญาณที่ไปคนละทางกับความสงบของราคา จึงเป็นจุดที่ควรตามดูมากกว่าจะสรุปทันที

ทองคำ

GOLD

4,090.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (สัญญาล่วงหน้า)

ลง 16.50 (ลบ 0.40 เปอร์เซ็นต์) จาก 4,107.00 · ปิดวันจันทร์ที่ 3 ส.ค.

  • กรอบห้าวันที่ผ่านมา สูงสุด 4,160.60 (30 ก.ค.) ต่ำสุด 4,036.30 (29 ก.ค.) กว้างราว 3.1 เปอร์เซ็นต์ ถือว่าแคบเมื่อเทียบกับความผันผวนของทองในช่วงหลัง
  • ตัวเลข 4,110.10 ที่ปรากฏในรายงานก่อนตลาดเปิดของ WSJ (บวก 0.08 เปอร์เซ็นต์) ไม่ได้ขัดกับตัวเลขปิดข้างต้น เป็นคนละจังหวะเวลากัน ไม่ใช่ความผิดพลาด
  • ฝั่งนักวิเคราะห์: Kitco มองว่าการปรับฐานรอบนี้ใกล้จบ โดยมีฐานอยู่แถว 4,000 ดอลลาร์ · StoneX มองไตรมาส 3 ว่าทองจะจบปี 2569 แถว 4,000 ดอลลาร์ และแร่เงินที่ 55 ถึง 60 ดอลลาร์ โดยอ่านทองผ่าน "เลนส์อัตราดอกเบี้ย" และผูกกับสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซ
  • ที่น่าสังเกตคือ ผลสำรวจนักลงทุนรายย่อยราว 71 เปอร์เซ็นต์ มองทองเกิน 5,000 ดอลลาร์ ขณะที่ StoneX มอง 4,000 ดอลลาร์ ช่องว่างนี้กว้างราว 25 เปอร์เซ็นต์ของราคาปัจจุบัน · เมื่อคนส่วนใหญ่กับสถาบันมองต่างกันขนาดนี้ อย่างน้อยฝ่ายหนึ่งต้องผิด และเราไม่รู้ว่าฝ่ายไหน
เส้นที่ตลาดจับตา (ไม่ใช่คำแนะนำ): Kitco เมื่อ 28 ก.ค. ระบุว่าถ้าผ่านแนวโน้มขาลงขึ้นไปได้ เป้าที่พูดถึงคือ 4,200 ดอลลาร์ · แต่ถ้าหลุด 4,000 ดอลลาร์ จะเป็นการลงอีกขา · สองเส้นนี้คือเส้นที่คนในตลาดพูดถึง ไม่ใช่การพยากรณ์ของเรา
กรอบคิด: Howard Marks บทที่ 11 เรื่อง Contrarianism · ประเด็นของเขาไม่ใช่ "ต้องสวนทางฝูงชนเสมอ" แต่คือ "เวลาที่คนส่วนใหญ่เห็นตรงกันมาก ๆ ราคามักสะท้อนความเห็นนั้นไปหมดแล้ว" · ช่องว่าง 71 เปอร์เซ็นต์กับ 4,000 ดอลลาร์ข้างบนคือกรณีศึกษาที่ตรงกับบทนี้พอดี

เฟดและพันธบัตร

FED

4.70% ยีลด์พันธบัตร 10 ปี

ลง 5 จุดพื้นฐาน จาก 4.75 · ปิดวันจันทร์ที่ 3 ส.ค.

  • ทั้งเส้นวันที่ 3 ส.ค.: 3 เดือน 3.91 · 1 ปี 4.07 · 2 ปี 4.25 · 5 ปี 4.40 · 10 ปี 4.70 · 30 ปี 5.23 · เทียบกับวันที่ 31 ก.ค. ที่ 3.83 / 4.08 / 4.28 / 4.45 / 4.75 / 5.27
  • ส่วนต่าง 2 ปีกับ 10 ปีแคบลงจาก 47 เหลือ 45 จุดพื้นฐาน · และวันนี้ยีลด์ 20 ปีกับ 30 ปีเท่ากันพอดีที่ 5.23 ซึ่งเป็นภาพที่ไม่ค่อยเห็นบ่อย
  • ประชุม FOMC วันที่ 29 ก.ค. คงดอกเบี้ยที่ 3.50 ถึง 3.75 เปอร์เซ็นต์ ด้วยมติ 9 ต่อ 3 · จุดสำคัญคือเสียงข้างน้อยทั้งสามเสียงต้องการ ขึ้น ดอกเบี้ย ไม่ใช่ลด · เป็นการประชุมครั้งที่สองภายใต้ Kevin Warsh
  • CNBC เมื่อ 31 ก.ค. รายงานว่าตลาดแทบไม่เหลือการลดดอกเบี้ยในปี 2569 แล้ว และโอกาสขึ้นดอกเบี้ยกำลังเพิ่มขึ้น โดย Deutsche Bank มองถึงขั้นขึ้นรวม 50 จุดพื้นฐาน
  • Seema Shah จาก Principal ให้ความเห็นในทางเดียวกันว่าเงื่อนไขปัจจุบันไม่เอื้อให้เฟดผ่อนคลาย · ยีลด์ 30 ปียังอยู่ใกล้ระดับสูงสุดตั้งแต่ปี 2550
เส้นที่ตลาดจับตา (ไม่ใช่คำแนะนำ): ยีลด์ 10 ปีวนอยู่ระหว่าง 4.68 ถึง 4.75 มาสามวัน · ระดับ 4.75 คือขอบบนของกรอบสั้นนี้ และ 4.68 คือขอบล่าง · การหลุดออกด้านใดด้านหนึ่งคือสิ่งที่คนในตลาดเฝ้าดู
กรอบคิด: Benjamin Graham บทที่ 8 เรื่อง Mr. Market · วันนี้เป็นตัวอย่างชัดว่า Mr. Market เลือกฟังข่าวที่อยากฟัง ข้อมูล ISM ที่ร้อนแรงถูกวางไว้ข้างหลังข่าวน้ำมันในวันเดียวกัน ราคาจึงบอกอารมณ์มากกว่าบอกข้อเท็จจริง

เศรษฐกิจสหรัฐ

ECONOMY

55.6 ISM ภาคการผลิต เดือน ก.ค.

สูงกว่าคาดที่ 54.0 · สูงที่สุดตั้งแต่พฤษภาคม 2565

  • ดัชนีย่อยด้านการจ้างงานดีที่สุดตั้งแต่สิงหาคม 2565 และเป็นการ ขยายตัวครั้งแรกในรอบ 33 เดือน · ดัชนีย่อยด้านการผลิตเพิ่มขึ้น 6.3 จุด
  • แต่ในรายงานเดียวกัน CNBC ชี้ว่าดัชนีย่อยด้านความกังวลเรื่องเงินเฟ้อแย่กว่าช่วงโรคระบาด · นี่คือเหตุผลที่รายงานเดียวกันถูกอ่านได้สองแบบ ฝ่ายหนึ่งเห็นเศรษฐกิจแข็ง อีกฝ่ายเห็นต้นทุนที่กำลังจะส่งต่อ
  • Goldman Sachs ประเมิน GDP ไตรมาส 3 ที่ 2.4 เปอร์เซ็นต์ เทียบกับไตรมาส 2 ที่ออกมาจริง 1.5 เปอร์เซ็นต์
  • บทสนทนาเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายนเริ่มปรากฏในสื่อการเงินหลายสำนัก ซึ่งเมื่อสองเดือนก่อนแทบไม่มีใครพูดถึง
ปฏิทินสัปดาห์นี้: วันนี้ อังคาร 4 ส.ค. มี Factory Orders และ JOLTS ซึ่งเป็นข้อมูลระดับรอง · พุธ 5 ส.ค. ISM ภาคบริการ ระดับกลาง · ศุกร์ 7 ส.ค. การจ้างงานนอกภาคเกษตร (NFP) 19:30 น. เวลาไทย เป็นตัวใหญ่ที่สุดของสัปดาห์ · พุธ 12 ส.ค. เงินเฟ้อ CPI
กรอบคิด: Howard Marks บทที่ 1 เรื่อง Second-Level Thinking · ชั้นที่หนึ่งคือ "ISM ดี เศรษฐกิจแข็ง หุ้นควรขึ้น" · ชั้นที่สองคือ "ISM ดีแปลว่าเฟดมีเหตุผลจะไม่ลดดอกเบี้ย และดัชนีย่อยราคายังร้อน ตลาดกำลังมองข้ามอะไรอยู่หรือเปล่า" · สิ่งที่ควรจับตาในวันพุธคือดัชนีย่อยด้านราคาที่จ่าย ไม่ใช่ตัวเลขหัวข้อใหญ่

ภูมิรัฐศาสตร์และการค้า

GEOPOLITICS

79.28 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (WTI)

ลง 5.39 (ลบ 6.37 เปอร์เซ็นต์) · Brent ปิด 83.44 ลง 4.49 (ลบ 5.11 เปอร์เซ็นต์)

  • ระหว่างวัน Brent เคยลงลึกถึงลบ 9.5 เปอร์เซ็นต์ หลุดใต้ 82 ดอลลาร์ ก่อนจะเก็บตัวกลับมาปิดที่ลบ 5.11 เปอร์เซ็นต์
  • ราคานี้ยืนยันตัวเลขที่เราติดธงไว้เมื่อวานว่าเป็นราคาที่พิมพ์ในตลาดเอเชียบนปริมาณซื้อขายบางมาก (83.49 บน 6,372 สัญญา) ปรากฏว่าห่างจากราคาปิดจริงเพียง 5 เซนต์
  • ต้นเหตุ: ทรัมป์ยกเลิกแผนโจมตี โดยเงื่อนไขของข้อตกลงคือการเปิดช่องแคบฮอร์มุซเต็มรูปแบบและยุติภัยคุกคามด้านนิวเคลียร์ · เขาเรียกแผนเดิมว่า "หายนะ" · ฝั่งอิหร่านยืนยันว่ามีการเจรจาจริง
  • แต่ยังมีเหตุที่สองซ้อนอยู่ในวันเดียวกัน คือ OPEC+ ประกาศเพิ่มกำลังผลิต 188,000 บาร์เรลต่อวันตั้งแต่เดือนกันยายน · เมื่อมีสองสาเหตุพร้อมกัน การบอกว่าราคาลงเพราะข่าวใดข่าวหนึ่งล้วน ๆ เป็นการสรุปเกินข้อมูล
  • ฝั่งการค้าและชิป: สภาคองเกรสสองพรรคเสนอร่างกฎหมายคุมอุปกรณ์ผลิตชิป · กระทรวงพาณิชย์จีนตอบว่าเป็นการ "ใช้ความมั่นคงของชาติเป็นอาวุธ" · FT ผ่าน Yahoo รายงานว่าจีนกำลังพิจารณามาตรการคุมการส่งออกโมเดล AI และชิปของตัวเองบ้าง · ครึ่งปีแรกจีนส่งออกวงจรรวม 179.44 พันล้านชิ้น มูลค่า 177.28 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 96 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบมูลค่ากับปีก่อน
  • กฎ BIS เมื่อ 16 ม.ค. ทำให้การขาย H200 เข้าจีนต้องขออนุญาตเป็นรายกรณี ขณะที่มีรายงานคำสั่งซื้อ H200 กว่า 400,000 ตัวจาก ByteDance, Alibaba และ Tencent
เส้นที่ตลาดจับตา (ไม่ใช่คำแนะนำ): Brent ที่ 80 ดอลลาร์ และ WTI ที่ 75 ดอลลาร์ คือระดับที่นักวิเคราะห์อ้างถึงมากที่สุดหลังการลงรอบนี้ · ระดับ 90 ดอลลาร์เพิ่งหลุดไปแล้ว · สิ่งที่ต้องตามคือข้อตกลงจะถูกลงนามจริงหรือไม่ เพราะบันทึกความเข้าใจเมื่อ 17 มิ.ย. เคยล้มมาแล้ว และพาดหัวข่าวโจมตีรอบใหม่เมื่อ 1 ส.ค. ก็กลับทิศในวันถัดมา
กรอบคิด: Daniel Kahneman บทที่ 13 เรื่องความพร้อมใช้ของข้อมูลในใจ · ข่าวใหญ่ที่เพิ่งเกิดจะดูมีน้ำหนักเกินจริงเสมอ · ราคาน้ำมันสวิงกลับไปกลับมาสามครั้งในสองสัปดาห์จากพาดหัวชุดเดียวกัน คือหลักฐานว่าตลาดกำลังตอบสนองต่อข่าวล่าสุด ไม่ใช่ต่อสมดุลอุปทานจริง

ค่าเงิน

FOREX

157.368 เยนต่อดอลลาร์

เยนอ่อนกลับ 0.822 (0.53 เปอร์เซ็นต์) จาก 156.546 · ปิดวันจันทร์ที่ 3 ส.ค.

  • เส้นทางหกวัน: 28 ก.ค. 163.844 (เยนอ่อนสุดในรอบ 40 ปี) · 29 ก.ค. 163.391 · 30 ก.ค. 159.497 · 31 ก.ค. 157.469 · 2 ส.ค. 156.546 · 3 ส.ค. 157.368
  • รวมสี่วันเยนแข็งขึ้น 6.476 เยน (3.95 เปอร์เซ็นต์) แล้ว คืนกลับ 0.822 ในวันจันทร์
  • ต้นเหตุคือการแทรกแซงค่าเงินร่วมระหว่างสหรัฐกับญี่ปุ่น ซึ่งเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2554 · ข้อมูลของ BOJ ชี้ว่าอาจมีการซื้อเยนสูงถึง 58.97 พันล้านดอลลาร์ในวันพฤหัสบดี
  • ช่วงเช้าวันจันทร์ตลาดเอเชียแตะ 155.20 ซึ่งเป็นระดับเยนแข็งสุดในรอบสามเดือน ก่อนจะอ่อนกลับตลอดวัน · ทั้งสองฝ่ายยืนยันว่า "จะไม่ลังเล" ที่จะดำเนินการอีก
  • จุดที่ควรอ่านให้ดี: การอ่อนกลับของวันจันทร์เป็นข้อมูลที่บอกอะไรมากกว่าการแข็งค่าสี่วันก่อนหน้า เพราะการแข็งค่านั้นมาจากเงินที่ถูกอัดเข้ามาโดยตรง ส่วนการอ่อนกลับคือปฏิกิริยาของตลาดเองเมื่อแรงอัดหยุด
เส้นที่ตลาดจับตา (ไม่ใช่คำแนะนำ): ระดับ 160 คือเส้นที่ตลาดเคยเห็นการแทรกแซงมาก่อน และ 155.20 คือจุดแข็งสุดของรอบนี้ · ทั้งสองเส้นเป็นเพียงจุดอ้างอิงที่คนในตลาดพูดถึง
ข้อจำกัดที่ต้องบอกตรง ๆ: ฉบับนี้ ไม่มีตัวเลขดัชนีดอลลาร์ DXY เพราะดึงข้อมูลไม่ได้ในรอบนี้ · เราจะไม่เติมตัวเลขจากความจำหรือจากฉบับก่อนหน้า · ดังนั้นดอลลาร์ต่อเยนคือตัวแทนเดียวที่เรามีในหน้านี้ และต้องเข้าใจว่ามันคือคู่เงินเดียว ไม่ใช่ตะกร้าค่าเงิน สรุปแทนกันไม่ได้
กรอบคิด: Ed Thorp และสูตร Kelly · แก่นของทั้งสองคือ "เดิมพันตามขนาดของความได้เปรียบที่วัดได้" · เมื่อคู่สัญญาอีกฝั่งคือธนาคารกลางสองประเทศที่พิมพ์เงินได้ ความได้เปรียบที่วัดได้ของรายย่อยมีค่าใกล้ศูนย์ ขนาดที่เหมาะสมตามสูตรจึงใกล้ศูนย์ด้วย

ตลาดหุ้นสหรัฐ

S&P 500

7,600.50 S&P 500

บวก 110.78 (บวก 1.48 เปอร์เซ็นต์) · แนสแดก 25,913.90 บวก 2.13 เปอร์เซ็นต์ · ดาวโจนส์ 53,178.41 บวก 1.32 เปอร์เซ็นต์ ปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์

  • S&P 500 อยู่ต่ำกว่าจุดสูงสุดตลอดกาลของต้นเดือนมิถุนายนราว 0.3 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น
  • ตัวนำ: META บวกราว 6 เปอร์เซ็นต์ · AMZN บวกราว 4 เปอร์เซ็นต์ แตะมูลค่าตลาด 3 ล้านล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรกและปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ · GOOGL และ MSFT บวกราว 5 เปอร์เซ็นต์ · NVDA บวกเกือบ 3 เปอร์เซ็นต์
  • รายกลุ่ม: อุตสาหกรรม บวก 3.12 · สื่อสาร บวก 3.06 · เทคโนโลยี บวก 2.36 · สาธารณูปโภค บวก 2.06 · สินค้าฟุ่มเฟือย บวก 1.63 · อสังหาฯ บวก 1.25 · การเงิน บวก 0.91 · พลังงาน บวก 0.55 · วัตถุดิบ ลบ 0.12 · สุขภาพ ลบ 0.36 · สินค้าจำเป็น ลบ 1.38 แย่ที่สุด
  • ความกว้างของตลาดกลับด้านจากวันศุกร์: วันศุกร์กลุ่มเทครายตัวเฉลี่ยติดลบ 1.77 ขณะที่ดัชนีขึ้น แปลว่าหุ้นใหญ่ไม่กี่ตัวลากดัชนี · วันจันทร์กลุ่มอสังหาฯ พลิกจากลบ 3.32 มาเป็นบวก 1.25 ซึ่งสอดคล้องกับยีลด์ 30 ปีที่ลง 4 จุดพื้นฐาน
  • สินค้าจำเป็นเป็นกลุ่มเดียวที่ลงเกิน 1 เปอร์เซ็นต์ในวันที่ทุกอย่างขึ้น เป็นภาพคลาสสิกของวันที่เงินไหลออกจากของหลบภัยไปหาของเสี่ยง
มุมประเมินมูลค่าจาก WSJ: ตัวเลข Buffett Indicator ที่ถูกอ้างถึงอยู่ราว 230 เปอร์เซ็นต์ เทียบกับราว 150 เปอร์เซ็นต์ก่อนฟองสบู่ดอตคอม · Svallin จาก FactSet ปรับตัวเลขลงมาที่ 144 เปอร์เซ็นต์ แต่ยังสรุปว่าแพงพอกัน และในบางแง่น่ากังวลกว่า เพราะรอบนี้อ้างเรื่องดอกเบี้ยต่ำไม่ได้ · บทความย้ำว่าการประเมินมูลค่าเป็นเครื่องมือที่แย่สำหรับการจับจังหวะระยะสั้น · Berkshire ถือเงินสดราว 400,000 ล้านดอลลาร์และซื้อช้าลงและเลือกมากขึ้น พร้อมประโยคว่า "ไม่ใช่หุ้น 100 เปอร์เซ็นต์ และไม่ใช่หุ้น 0 เปอร์เซ็นต์"
เส้นที่ตลาดจับตา (ไม่ใช่คำแนะนำ): S&P 500 ที่ 7,600 · แนสแดกที่ 26,000 · ส่วนดาวโจนส์ตอนนี้อยู่เหนือทุกระดับในอดีต จึงไม่มีเส้นอ้างอิงจากประวัติราคา
กรอบคิด: Howard Marks บทที่ 6 เรื่อง Recognizing Risk · ความเสี่ยงสูงสุดไม่ได้อยู่ตอนที่ราคาตก แต่อยู่ตอนที่ทุกอย่างดูดีและไม่มีใครมองว่ามีความเสี่ยง · วันที่ดัชนีทำนิวไฮพร้อมกับตัวเลขประเมินมูลค่าระดับนี้ คือวันที่บทนี้อ่านแล้วได้ประโยชน์ที่สุด

หุ้นสหรัฐและดีลใหญ่

STOCKS

PLTR: ตัวเลขที่เราตรวจกับฐานข้อมูลงบแล้ว

  • กำไรต่อหุ้น 0.41 ดอลลาร์ เทียบกับที่ตลาดคาด 0.3446 ดอลลาร์ ดีกว่าคาด 19.0 เปอร์เซ็นต์
  • รายได้ 1,935,464,000 ดอลลาร์ เทียบกับที่คาด 1,812,280,000 ดอลลาร์ ดีกว่าคาด 6.8 เปอร์เซ็นต์
  • เป็นการทำได้ดีกว่าคาดต่อเนื่อง: ไตรมาส 4 ปี 2568 ทำ 0.25 จากคาด 0.2302 · ไตรมาส 1 ปี 2569 ทำ 0.33 จากคาด 0.29 · และไตรมาสนี้
  • รายงานงบครั้งถัดไปกำหนดวันที่ 2 พ.ย. 2569 ตลาดคาดกำไรต่อหุ้น 0.38 ดอลลาร์ และรายได้ 2.0016 พันล้านดอลลาร์

PLTR: ตัวเลขที่ยังยืนยันไม่ได้ในรอบนี้ (อย่านำไปใช้ต่อ)

  • ธุรกิจเชิงพาณิชย์ในสหรัฐ 764 ล้านดอลลาร์ เทียบเป้า 716 ล้าน เติบโต 149 เปอร์เซ็นต์ · มูลค่าดีลรวมที่ปิดได้ 6.2 พันล้านดอลลาร์ เติบโต 124 เปอร์เซ็นต์ · เป้ารายได้ทั้งปี 2569 ที่ 8.16 พันล้านดอลลาร์ จากเดิม 7.73 พันล้าน · Rule of 40 เท่ากับ 155
  • กำไรขั้นต้น 1.64 พันล้านดอลลาร์ เติบโต 101 เปอร์เซ็นต์ · ต้นทุนขายเติบโต 254 เปอร์เซ็นต์ · กำไรสุทธิ 1.06 พันล้านดอลลาร์ เติบโต 225 เปอร์เซ็นต์
  • บรรทัดที่ควรไปเปิดดูในแบบ 10-Q ด้วยตัวเอง: ต้นทุนขายที่โตราวสามเท่าของรายได้ · ถ้าตัวเลขนี้จริง มันแปลว่ากำไรที่โตแรงมาจากรายการอื่นที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก และนั่นเปลี่ยนความหมายของงบทั้งชุด · เราจึงไม่นำตัวเลขชุดนี้ไปใช้ที่อื่นในหน้านี้

ดีลและความเคลื่อนไหวอื่นเมื่อวาน

ยุโรป: ฉบับนี้มีแต่ราคาเปิด ไม่มีราคาปิดของวันที่ 3 ส.ค. ตัวเลขที่เรามีคือ Stoxx 600 บวก 0.35 เปอร์เซ็นต์ · ท่องเที่ยวและสันทนาการ บวก 1.79 · ก่อสร้าง บวก 1.6 · สินค้าอุตสาหกรรม บวก 1.2 · น้ำมันและก๊าซ ลบ 1.79 · ตัวเลขชุดนี้เป็นราคาช่วงเปิดตลาด ห้ามอ่านเป็นราคาปิด เพราะตลาดยุโรปอาจเคลื่อนไหวไปคนละทางหลังจากนั้น
กรอบคิด: Peter Lynch หัวข้อ Some Famous Numbers ใน One Up on Wall Street คู่กับ Joel Greenblatt · Lynch สอนให้ดูว่ากำไรที่โตมาจากไหน ไม่ใช่ดูแค่ว่าโตเท่าไร · Greenblatt สอนให้ดูผลตอบแทนต่อทุนที่ใช้จริง · ทั้งสองคนจะให้ไปเปิดที่บรรทัดต้นทุนขายก่อนจะดีใจกับกำไรสุทธิที่โต 225 เปอร์เซ็นต์

ปฏิทินงบที่ตลาดรออยู่

ตัวเลขคาดการณ์ในตารางนี้ดึงมาตั้งแต่การเตรียมฉบับวันที่ 3 ส.ค. รอบนี้ไม่ได้ดึงใหม่ · ตัวเลขคาดการณ์อาจถูกปรับหลังจากนั้นได้

วันที่ บริษัท กำไรต่อหุ้นที่คาด (ดอลลาร์) รายได้ที่คาด (ล้านดอลลาร์)
อ. 4 ส.ค.$AMD1.6111,306
อ. 4 ส.ค.$PFE0.6814,399
อ. 4 ส.ค.$PINS0.3571,148
อ. 4 ส.ค.$ET0.38027,712
อ. 4 ส.ค.$LCIDลบ 2.34405
พ. 5 ส.ค.$UBER0.8314,238
พ. 5 ส.ค.$DIS1.8925,392
พ. 5 ส.ค.$SHOP0.393,388
พ. 5 ส.ค.$ROKU0.6051,298
พ. 5 ส.ค.$ETSY0.747646
พ. 5 ส.ค.$RIOTลบ 0.287154
พ. 5 ส.ค.$CPRX0.48156

ตัวใหญ่ที่สุดของวันนี้คือ AMD เพราะเป็นตัวชี้วัดฝั่งชิป AI ที่ไม่ใช่ NVDA · ถ้าตัวเลขออกมาต่างจากที่คาดมาก จะกระทบทั้งกลุ่มไม่ใช่แค่ตัวเดียว

ชั้นกระแส · เขาคุยอะไรกันใน X เมื่อวาน X LAYER

ส่วนนี้คือ เสียงจากตลาด ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ตรวจแล้วทั้งหมด · ยกโพสมาดิบ ๆ พร้อมลิงก์ต้นทางทุกโพส เพื่อให้ตรวจเองได้ · โพสไหนที่เราเทียบกับข้อมูลจริงแล้วตรง จะติด ตรวจแล้ว · โพสไหนที่ยังหาข้อมูลยืนยันไม่ได้ จะติด ธง และเราจะไม่เอาตัวเลขนั้นไปใช้ที่อื่นในหน้านี้ · เก็บจาก 4 บัญชี รวม 58 โพสเมื่อวานที่ 3 ส.ค. ถึงเช้าวันนี้ · ในจำนวนนี้มี 25 โพสที่มีลิงก์ต้นทางกำกับมาด้วย เราจึงยกมาเฉพาะ 25 โพสนั้น เพราะกฎของเราคือไม่ยกโพสที่ตรวจกลับต้นทางไม่ได้

@StockSavvyShay · 31 โพสเมื่อวาน (ยกมา 8 โพสที่มีลิงก์) · ธีม: งบ 24 · AI และเทค 24 · คริปโต 1

  1. [04/08 03:09 ไทย] งบ $PLTR ออกมาดีกว่าคาดทั้งกำไรและรายได้ ต้นทาง
    ตรวจแล้ว: ตรงกับฐานข้อมูลงบ กำไรต่อหุ้น 0.41 เทียบคาด 0.3446 และรายได้ 1,935.46 ล้านดอลลาร์ เทียบคาด 1,812.28 ล้าน
  2. [04/08 03:13 ไทย] $PLTR ทำ Rule of 40 ได้ 155 ต้นทาง
    ธง: เป็นตัวเลขที่คำนวณจากอัตราเติบโตบวกอัตรากำไร ซึ่งขึ้นกับว่าใช้นิยามกำไรตัวไหน เรายังยืนยันจากงบต้นทางไม่ได้ในรอบนี้
  3. [03/08 20:38 ไทย] $AMZN ทะลุมูลค่าตลาด 3 ล้านล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรก ต้นทาง
    ตรวจแล้ว: ตรงกับรายงานตลาดของ CNBC ที่ระบุว่า AMZN ปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์และแตะ 3 ล้านล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรก
  4. [03/08 18:29 ไทย] $ASTS ได้รับอนุมัติเบื้องต้นจาก Rakuten สำหรับคลื่น 700 MHz แบบต่อตรงกับมือถือในญี่ปุ่น และคาดว่าจะได้รับรางวัล J-LEO ในเดือนสิงหาคม ต้นทาง
    ธง: เป็นข่าวเฉพาะบริษัทที่เราไม่มีต้นทางอิสระในรอบนี้ · คำว่า "คาดว่าจะได้รับ" คือการคาดการณ์ ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดแล้ว
  5. [03/08 18:15 ไทย] อ้างมุมมองของ Citadel ว่าความร้อนแรงเกินตัวของต้นฤดูร้อนถูกรีเซ็ตไปเกือบหมดแล้ว โดยแรงขายหุ้นชิปและหน่วยความจำจากรายย่อยช่วงปลายเดือนกรกฎาคมสูงราว 20 เท่าของค่าเฉลี่ยสองปี และปัจจัยพื้นฐานกำลังกลับมาคุมเกม ต้นทาง
    ธง: ตัวเลข 20 เท่าเป็นข้อมูลภายในของกองทุน ไม่มีทางตรวจกลับจากแหล่งสาธารณะ · และเป็นความเห็น ไม่ใช่ข้อเท็จจริง
  6. [03/08 23:12 ไทย] $NBIS บวก 14 เปอร์เซ็นต์ และระบุว่าตัวเองซื้อเพิ่มระหว่างที่ราคาย่อในเดือนกรกฎาคม ต้นทาง
    ธง: ผู้โพสระบุเองว่ามีสถานะในหุ้นตัวนี้ · เมื่อคนที่ถืออยู่เป็นคนเล่าเรื่อง ให้ถือว่าเป็นเสียงของผู้มีส่วนได้เสีย
  7. [03/08 20:13 ไทย] $MRVL และ $CRDO ในงาน FMS 2026 · Credo อ้างความหนาแน่นหน่วยความจำ HBM4 สูงถึง 25 เท่า · Marvell พูดถึง PCIe 6.0, CXL และเทคโนโลยีโฟโตนิก ต้นทาง
    ธง: เป็นคำกล่าวอ้างของผู้ขายในงานแสดงสินค้า ยังไม่มีการยืนยันจากบุคคลที่สาม
  8. [03/08 23:44 ไทย] ให้ความเห็นว่าเป็น "สัปดาห์งบที่บ้าคลั่งสำหรับนักลงทุนสายเติบโต" ต้นทาง
    ความเห็นล้วน ไม่มีตัวเลขให้ตรวจ

@InvestingVisual · 10 โพสเมื่อวาน (ยกมา 8 โพสที่มีลิงก์) · ธีม: งบ 13 · AI และเทค 2

  1. [04/08 03:09 ไทย] ภาพการเติบโตของรายได้ $PLTR ที่โค้งขึ้นแบบพาราโบลา ต้นทาง
    เป็นภาพประกอบ รูปทรงของกราฟไม่ใช่ข้อมูลที่ตรวจตัวเลขได้โดยตรง
  2. [04/08 03:31 ไทย] $PLTR ทำ Rule of 40 ได้ 155 เปอร์เซ็นต์ในไตรมาส 2 ต้นทาง
    ธง: ตรงกับที่ @StockSavvyShay โพส แต่การที่สองบัญชีพูดตรงกันไม่ใช่การยืนยัน เพราะอาจอ้างแหล่งเดียวกัน
  3. [04/08 03:26 ไทย] ภาพงบไตรมาส 2 ของ $PLTR: รายได้ 1.94 พันล้านดอลลาร์ (โต 93 เปอร์เซ็นต์) · กำไรขั้นต้น 1.64 พันล้าน (โต 101 เปอร์เซ็นต์) · ต้นทุนขาย 0.29 พันล้าน (โต 254 เปอร์เซ็นต์) · กำไรสุทธิ 1.06 พันล้าน (โต 225 เปอร์เซ็นต์) ต้นทาง
    ธง: เฉพาะบรรทัดรายได้เท่านั้นที่ตรงกับฐานข้อมูลงบ · อีกสามบรรทัดเรายังไม่มีต้นทางยืนยัน โดยเฉพาะต้นทุนขายที่โต 254 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นสามเท่าของอัตราการโตของรายได้ นี่คือบรรทัดที่ควรไปเปิดในแบบ 10-Q ก่อนเชื่อ
  4. [04/08 03:12 ไทย] $PLTR ทำผลงานไตรมาส 2 ทะลุคาดทั้งรายได้ กำไรต่อหุ้น ธุรกิจเชิงพาณิชย์ในสหรัฐ และเป้าทั้งปี 2569 ต้นทาง
    ตรวจแล้วเฉพาะสองบรรทัดแรก: รายได้และกำไรต่อหุ้นตรงกับฐานข้อมูล · ส่วนตัวเลขธุรกิจเชิงพาณิชย์และเป้าทั้งปียังติดธง
  5. [04/08 00:40 ไทย] กราฟการเติบโตของรายได้ $PLTR ย้อนหลังสี่ไตรมาส ต้นทาง
    เป็นภาพประกอบ ไม่มีตัวเลขใหม่นอกเหนือจากที่ตรวจไปแล้ว
  6. [03/08 23:47 ไทย] $AMZN แตะ 3 ล้านล้านดอลลาร์ ต้นทาง
    ธง: ตัวโพสเขียนว่า "3 พันล้านดอลลาร์" ซึ่งเป็นความผิดพลาดในโพสต้นทางเอง ตัวเลขที่ถูกคือ 3 ล้านล้านดอลลาร์ · ยกมาให้เห็นตามจริงว่าโพสเขียนผิด
  7. [03/08 22:19 ไทย] $BE ใช้เวลา 21 ปีกว่าจะมีรายได้ถึง 1 พันล้านดอลลาร์ในปี 2565 ใช้อีก 3 ปีเพื่อเพิ่มเป็นสองเท่า และให้เป้าว่าจะเพิ่มเป็นสองเท่าอีกครั้งภายในปีเดียว ต้นทาง
    ธง: เราไม่ได้ตรวจไทม์ไลน์รายได้ย้อนหลังของ Bloom Energy ในรอบนี้ · ประโยคสุดท้ายเป็นเป้าของบริษัท ไม่ใช่ผลงานที่เกิดแล้ว
  8. [03/08 20:36 ไทย] $MSFT มูลค่าตลาดเพิ่มราว 600 พันล้านดอลลาร์ภายในหนึ่งเดือน หรือราว 25 เปอร์เซ็นต์ ต้นทาง
    ธง: เราไม่ได้ดึงมูลค่าตลาดย้อนหลังของ MSFT ในรอบนี้จึงยืนยันไม่ได้ · ข้อสังเกตคือหุ้นขนาดนี้ขึ้น 25 เปอร์เซ็นต์ในเดือนเดียวเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ปกติ ควรตรวจก่อนส่งต่อ

@TechCharts · 16 โพสเมื่อวาน (ยกมา 8 โพสที่มีลิงก์) · ธีม: AI และเทค 3 · ทองคำ 1 · น้ำมัน 1

บัญชีนี้เป็นสายกราฟเทคนิคล้วน ทุกโพสคือการอ่านรูปแบบราคา ไม่ใช่ข้อมูลพื้นฐาน · เรายกมาเพื่อให้เห็นว่าคนสายกราฟกำลังมองอะไร ไม่ใช่เพื่อให้ทำตาม · เราจะไม่ยกเป้าราคาหรือตัวเลขระดับจากบัญชีนี้มาไว้ในหน้านี้

  1. [03/08 23:47 ไทย] #GOLD เคลื่อนไหวเงียบ กรอบแคบ กำลังสะสมพลัง ต้นทาง
    ตรงกับข้อมูลราคาที่เรามี กรอบห้าวันของทองกว้างราว 3.1 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าแคบ · แต่คำว่า "สะสมพลัง" เป็นการตีความ ไม่ใช่ข้อมูล
  2. [03/08 23:44 ไทย] #SPX แตะขอบบนแนวนอนอย่างน้อยสามจุด เป็นแนวต้านที่นิยามได้ชัด ต้นทาง
    ธง: เป็นการอ่านกราฟ ไม่ใช่ข้อเท็จจริง · เราไม่ยกระดับราคาที่เขาอ้างมาไว้ในการ์ดเส้นที่ตลาดจับตา
  3. [03/08 22:36 ไทย] #EUROPE #STOXX รูปแบบหัวไหล่กลับตัวขาลงที่ล้มเหลว ต้นทาง
    อ่านคู่กับข้อจำกัดของเรา: ฉบับนี้ไม่มีราคาปิดยุโรปของวันที่ 3 ส.ค. จึงตรวจข้อสรุปนี้ไม่ได้
  4. [03/08 22:41 ไทย] #NIFTY อัปเดตกราฟ ต้นทาง
    นอกขอบเขตข้อมูลของฉบับนี้
  5. [03/08 12:19 ไทย] #INDIA #NIFTY รูปแบบหัวไหล่ต่อเนื่อง ต้นทาง
    นอกขอบเขตข้อมูลของฉบับนี้
  6. [03/08 12:17 ไทย] #BRAZIL #BOVESPA อัปเดตกราฟ ต้นทาง
    นอกขอบเขตข้อมูลของฉบับนี้
  7. [03/08 17:33 ไทย] รวมรายชื่อสินทรัพย์ที่อยู่ในกรอบแคบใต้ขอบรูปแบบราคา เป็นรายการเฝ้าดู มี $RUT อยู่ด้วย ต้นทาง
    เป็นรายการเฝ้าดูของผู้โพส ไม่ใช่คำแนะนำ และไม่ใช่ของเรา
  8. [03/08 22:42 ไทย] โพสที่มีแต่รูปภาพ ไม่มีข้อความ ต้นทาง
    ไม่มีข้อความให้ยก บันทึกไว้เพื่อความครบถ้วน

@Speculator_io · 1 โพสเมื่อวาน

  1. [04/08 05:32 ไทย] "ทุกคนเป็นอัจฉริยะในตลาดขาขึ้น แต่ต้องผ่านการขาดทุนหนักหรือพอร์ตพังก่อน ถึงจะรู้ว่าการลงทุนคือการบริหารความเสี่ยงและปกป้องเงินต้น สิ่งเดียวที่สำคัญคือคุณเก็บไว้ได้เท่าไร ไม่ใช่คุณทำได้เท่าไร" ต้นทาง
    ความเห็นล้วน ไม่มีตัวเลขให้ตรวจ · แต่บังเอิญเป็นประโยคที่วางคู่กับหน้านี้ได้พอดี ในวันที่ดัชนีทำนิวไฮและทุกกลุ่มขึ้นเกือบหมด

จุดที่ชั้นกระแสขัดกับข้อมูลจริง

  • ตัวเลข 3 พันล้านของ AMZN: โพสของ @InvestingVisual เขียนหน่วยผิดไปหนึ่งขั้น ตัวเลขจริงคือ 3 ล้านล้านดอลลาร์ · เรื่องเล็กแต่สำคัญ เพราะโพสที่ผิดหน่วยยังถูกส่งต่อได้เป็นพัน ๆ ครั้ง
  • Rule of 40 = 155 ถูกโพสโดยสองบัญชีในวันเดียวกัน: หลายคนอ่านแล้วรู้สึกว่าน่าเชื่อขึ้น แต่การที่สองบัญชีพูดตรงกันไม่ได้เพิ่มความน่าเชื่อถือ ถ้าทั้งคู่อ่านจากสไลด์นำเสนอของบริษัทชุดเดียวกัน
  • ชั้นกระแสทั้งวันเต็มไปด้วยงบ PLTR ที่ดูดีมาก แต่ไม่มีบัญชีไหนพูดถึงต้นทุนขายที่โต 254 เปอร์เซ็นต์เลย ทั้งที่ตัวเลขนั้นอยู่ในภาพเดียวกันที่เขาโพสเอง · นี่คือตัวอย่างของการเล่าเฉพาะบรรทัดที่สวย
  • ไม่มีบัญชีไหนพูดถึงน้ำมันที่ลง 6 เปอร์เซ็นต์หรือ ISM ที่สูงสุดในรอบสี่ปีเลย ทั้งที่เป็นสองข่าวที่ขับเคลื่อนตลาดทั้งวัน · ชั้นกระแสเลือกเล่าเรื่องหุ้นรายตัว ไม่ใช่เรื่องที่ทำให้ดัชนีขึ้น

กวาด $TICKER ครบทุกตัวที่ปรากฏในชั้นกระแสวันนี้ (23 รายการ)

หุ้นรายตัวที่ซื้อขายในสหรัฐ (19): $AMD $AMZN $ASTS $AVGO $BE $CRDO $GOOGL $IBM $META $MRCY $MRVL $MSFT $MU $NBIS $NVDA $ON $PLTR $TE $TSM

ดัชนี (1): $RUT ดัชนีหุ้นขนาดเล็ก Russell 2000 · ไม่ใช่หุ้นรายตัว

ไม่ได้จดทะเบียนในสหรัฐหรือเป็นบริษัทเอกชน (3): $CXMT ผู้ผลิตหน่วยความจำจีน · $SKHY SK Hynix จดทะเบียนที่เกาหลี · $SPCX SpaceX เป็นบริษัทเอกชน · สามตัวนี้ซื้อขายในตลาดสหรัฐไม่ได้ ยกมาเพื่อความครบถ้วนของการกวาดเท่านั้น

การที่เรากวาดชื่อมาไม่ได้แปลว่าเราสนใจหรือแนะนำตัวไหน · จุดประสงค์คือให้เห็นภาพว่าเมื่อวานคนใน X พูดถึงอะไรบ้าง โดยไม่คัดเฉพาะตัวที่เข้าทางเรื่องเล่า

ธีมที่โผล่ซ้ำในชั้นกระแสวันนี้: หน่วยความจำและการขนย้ายข้อมูลคือคอขวดถัดไปของ AI

ถ้าเรียงโพสของ @StockSavvyShay ทั้งวันจะเห็นเส้นเรื่องเดียวกัน คือการย้ายความสนใจจาก "ใครทำชิปประมวลผล" ไปเป็น "ใครทำหน่วยความจำและใครขนข้อมูลระหว่างชิป" · Credo อ้างความหนาแน่น HBM4 ถึง 25 เท่า และ Marvell พูดถึง PCIe 6.0, CXL และโฟโตนิก ในงาน FMS 2026 · เส้นเรื่องนี้ต่อกับเหตุผลที่ Amazon ให้ไว้เรื่องงบลงทุน 220 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งอ้างต้นทุนหน่วยความจำเป็นปัจจัยหนึ่ง · ย้ำว่าทั้งหมดนี้เป็นคำกล่าวอ้างของผู้ขายในงานแสดงสินค้า ยังไม่มีการยืนยันอิสระ เรายกมาในฐานะธีมที่คนกำลังคุยกัน ไม่ใช่ข้อสรุปว่าธีมนี้จะเกิดขึ้นจริง

คริปโต

CRYPTO

63,496.01 ดอลลาร์ต่อบิตคอยน์

ลง 3.48 (ลบ 0.005 เปอร์เซ็นต์) จากวันอาทิตย์ · แต่บวก 670.11 (บวก 1.07 เปอร์เซ็นต์) เทียบกับราคาปิดวันศุกร์

เส้นที่ตลาดจับตา (ไม่ใช่คำแนะนำ): ระดับ 63,000 ดอลลาร์ถูกอ้างถึงบ่อยที่สุดในรอบนี้ เพราะเป็นเส้นที่บทวิเคราะห์หลายสำนักใช้เป็นเกณฑ์ปิดเดือน · ราคาปัจจุบันอยู่เหนือเส้นนั้นเพียงเล็กน้อย
กรอบคิด: Howard Marks บทที่ 14 เรื่องการรู้ว่าเราไม่รู้อะไร คู่กับ Van Tharp เรื่องการกำหนดขนาดสถานะ · เมื่อสัญญาณสองอย่างขัดกัน (ราคานิ่งแต่วอลุ่มพุ่ง และพรีเมียมติดลบเป็นสถิติ) สิ่งที่ตำราทั้งสองเล่มบอกตรงกันคือ ให้ลดขนาดการเดิมพัน ไม่ใช่เพิ่มความมั่นใจในทิศทาง

ศัพท์วันนี้ · แปลภาษาชาวบ้าน

VOCAB

สี่คำนี้ไม่ได้หยิบมาจากตำรา แต่หยิบมาจากข่าวในหน้านี้เอง · ถ้าคำไหนไม่โผล่ในข่าววันนี้ เราจะไม่ใส่

Buffett Indicator (ดัชนีบัฟเฟตต์)

คือการเอา มูลค่าตลาดหุ้นทั้งประเทศ หารด้วยขนาดเศรษฐกิจของประเทศนั้น · ถ้าได้ 100 เปอร์เซ็นต์แปลว่าตลาดหุ้นใหญ่เท่ากับเศรษฐกิจ · วันนี้ตัวเลขที่ถูกอ้างคือราว 230 เปอร์เซ็นต์ (บางสำนักปรับเป็น 144 เปอร์เซ็นต์) เทียบกับราว 150 เปอร์เซ็นต์ก่อนฟองสบู่ดอตคอม

ข้อควรระวัง: บทความที่อ้างตัวเลขนี้เองยังบอกว่ามันเป็นเครื่องมือที่แย่มากสำหรับการจับจังหวะ · มันบอกว่าตอนนี้แพงหรือถูก แต่ไม่บอกว่าเมื่อไรจะเปลี่ยน · แพงแล้วแพงต่อได้อีกหลายปี

ดัชนีย่อย (sub-index) ของ ISM

รายงาน ISM ไม่ได้มีตัวเลขเดียว · ตัวเลขหัวข้อใหญ่ (วันนี้คือ 55.6) มาจากการถ่วงน้ำหนัก ดัชนีย่อย หลายตัว เช่น คำสั่งซื้อใหม่ การผลิต การจ้างงาน และราคาที่จ่าย

ทำไมสำคัญวันนี้: ตัวเลขหัวข้อใหญ่ดูดีมาก แต่ดัชนีย่อยด้านราคาที่จ่ายกลับแย่กว่าช่วงโรคระบาด · รายงานเดียวกันจึงถูกอ่านได้สองแบบ ขึ้นกับว่าคุณเปิดดูตัวไหน · นี่คือเหตุผลที่การอ่านแต่พาดหัวมักพลาด

การแทรกแซงค่าเงินร่วม (joint intervention)

คือการที่ธนาคารกลาง มากกว่าหนึ่งประเทศ เข้าซื้อหรือขายเงินสกุลหนึ่งพร้อมกัน เพื่อดันค่าเงินไปในทิศที่ต้องการ · ต่างจากการแทรกแซงฝ่ายเดียวตรงที่แรงมากกว่าและส่งสัญญาณชัดกว่า

ทำไมสำคัญวันนี้: ครั้งนี้เป็นการร่วมมือระหว่างสหรัฐกับญี่ปุ่นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2554 · ข้อมูลชี้ว่าอาจมีการซื้อเยนถึง 58.97 พันล้านดอลลาร์ในวันเดียว · แต่วันจันทร์เยนก็อ่อนกลับ ซึ่งบอกว่าแรงตลาดยังผลักไปอีกทาง

Coinbase Premium Index

คือ ส่วนต่างราคาบิตคอยน์บนกระดาน Coinbase เทียบกับกระดานอื่น · Coinbase มีฐานลูกค้าอเมริกันเป็นหลัก ดัชนีนี้จึงถูกใช้เป็นตัวแทนคร่าว ๆ ว่าคนอเมริกันซื้อแรงแค่ไหน · เป็นบวกแปลว่าฝั่งสหรัฐยอมจ่ายแพงกว่า เป็นลบแปลว่าตรงกันข้าม

ทำไมสำคัญวันนี้: ติดลบต่อเนื่อง 77 วันซึ่งเป็นสถิติสูงสุด · ต้องระวังว่านี่เป็น ตัวแทน ไม่ใช่การวัดตรง · กระดานหนึ่งกระดานไม่ใช่ทั้งประเทศ

ระดับที่ตลาดจับตา

LEVELS

ย้ำอีกครั้ง: ตัวเลขในตารางนี้คือระดับที่ คนในตลาดพูดถึงกันมากที่สุด ไม่ใช่การพยากรณ์ ไม่ใช่เป้าราคา และไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือขาย · เราไม่มีความเห็นว่าราคาจะไปทางไหน

สินทรัพย์ ระดับล่าสุด เส้นที่ถูกพูดถึง ใครพูด
ทองคำ4,090.504,000 (ฐาน) และ 4,200 (ขอบบน)Kitco 28 ก.ค. และ StoneX ไตรมาส 3
Brent83.4480บทวิเคราะห์หลังการลงรอบนี้
WTI79.2875 (ระดับ 90 เพิ่งหลุดไป)บทวิเคราะห์หลังการลงรอบนี้
S&P 5007,600.507,600ระดับกลมที่ราคาเพิ่งข้ามพอดี
แนสแดก25,913.9026,000ระดับกลมถัดไป
พันธบัตร 10 ปี4.70%4.68 ถึง 4.75กรอบสามวันที่ผ่านมา
ดอลลาร์ต่อเยน157.368160 และ 155.20ระดับที่เคยเห็นการแทรกแซง และจุดแข็งสุดของรอบนี้
บิตคอยน์63,496.0163,00010x Research (เป็นความเห็น)

จับตา 24 ถึง 72 ชั่วโมงข้างหน้า

WATCH
  1. ข้อตกลงอิหร่านจะถูกลงนามจริงหรือไม่ · บันทึกความเข้าใจเมื่อ 17 มิ.ย. เคยล้มมาแล้วครั้งหนึ่ง และพาดหัวเรื่องการโจมตีรอบใหม่เมื่อ 1 ส.ค. ก็กลับทิศในวันถัดมา · ราคาน้ำมันตอนนี้สะท้อนความคาดหวังว่าข้อตกลงจะเกิด
  2. งบ AMD คืนนี้ · เป็นตัวชี้วัดฝั่งชิป AI ที่ไม่ใช่ NVDA · ถ้าออกมาต่างจากคาดมาก จะกระทบทั้งกลุ่มไม่ใช่แค่ตัวเดียว
  3. ดัชนีย่อยด้านราคาที่จ่ายใน ISM ภาคบริการ วันพุธ 5 ส.ค. · สำคัญกว่าตัวเลขหัวข้อใหญ่ เพราะเป็นจุดที่จะบอกว่าความกังวลเงินเฟ้อในภาคผลิตลามเข้าภาคบริการหรือไม่
  4. การจ้างงานนอกภาคเกษตร วันศุกร์ 7 ส.ค. 19:30 น. เวลาไทย · เป็นตัวใหญ่ที่สุดของสัปดาห์ · เมื่อดัชนีย่อยการจ้างงานของ ISM เพิ่งขยายตัวครั้งแรกในรอบ 33 เดือน ตัวเลขนี้จะยืนยันหรือหักล้าง
  5. เยนจะอ่อนกลับต่อหรือไม่ · ถ้าอ่อนต่อเนื่องหลังการแทรกแซงร่วมครั้งใหญ่ขนาดนั้น นั่นเป็นข้อมูลเกี่ยวกับความสามารถของธนาคารกลางในรอบนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องค่าเงิน
  6. บรรทัดต้นทุนขายในแบบ 10-Q ของ PLTR · เมื่อบริษัทยื่นเอกสารเต็ม ให้ไปดูว่าตัวเลขที่โต 254 เปอร์เซ็นต์ในภาพที่แชร์กันจริงหรือไม่ และถ้าจริงมันมาจากอะไร
  7. ปริมาณซื้อขายบิตคอยน์ · ถ้าวอลุ่มยังสูงขณะที่ราคายังนิ่ง แปลว่ามีการสะสมหรือระบายของกันอยู่ · ทิศทางจะชัดเมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหมดของ

ทองคำ

4,090.50

ลบ 0.40%

S&P 500

7,600.50

บวก 1.48%

แนสแดก

25,913.90

บวก 2.13%

พันธบัตร 10 ปี

4.70%

ลง 5 bp

บิตคอยน์

63,496.01

ลบ 0.005%

เยนต่อดอลลาร์

157.368

เยนอ่อน 0.53%

โปร่งใสเรื่องตัวเลข: ทุกตัวในแถบนี้คือราคาปิดวันจันทร์ที่ 3 ส.ค. ยกเว้นบิตคอยน์ที่เป็นตลาดต่อเนื่อง · ดัชนีดอลลาร์ DXY ไม่ได้อยู่ในตารางนี้ เพราะรอบนี้ดึงข้อมูลไม่ได้ และเราจะไม่เติมตัวเลขจากความจำหรือจากฉบับก่อนหน้า · น้ำมัน WTI ไม่ได้อยู่ในตารางนี้ เพราะราคามาจากการค้นข่าว ไม่ได้มาจากฐานข้อมูลราคาที่เราใช้กับช่องอื่น จึงแยกไว้ในการ์ดภูมิรัฐศาสตร์แทน · เปอร์เซ็นต์ของยีลด์แสดงเป็นจุดพื้นฐาน (bp) ไม่ใช่เปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลง

แหล่งข้อมูลที่ใช้เรียบเรียงฉบับนี้

สิ่งที่เราตัดออกจากฉบับนี้และเหตุผล: ดัชนีดอลลาร์ DXY เพราะดึงข้อมูลไม่ได้และเราไม่เติมจากความจำ · ราคาปิดตลาดยุโรปวันที่ 3 ส.ค. เพราะเรามีแต่ราคาช่วงเปิด ซึ่งอ่านแทนกันไม่ได้ · ตัวเลขงบ PLTR ทุกบรรทัดยกเว้นรายได้และกำไรต่อหุ้น เพราะยังยืนยันจากเอกสารต้นทางไม่ได้ · เป้าราคาและระดับเทคนิคจากบัญชี X ทุกบัญชี เพราะเป็นการอ่านกราฟส่วนบุคคล ไม่ใช่ข้อมูล